ประตูถูกผลักเปิดออกพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ลมหนาวที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าข้างนอกพัดหอบเกล็ดหิมะกรูเข้ามาปะทะหน้า
กระท่อมมุงจากผุพังเย็นเยียบราวกับห้องน้ำแข็ง
รูโหว่ขนาดใหญ่บนหลังคาเปิดโล่งให้เห็นท้องฟ้า
เกล็ดหิมะกับเศษน้ำแข็งร่วงกราวลงมา กระทบพื้นเย็นเฉียบโดยไม่มีทีท่าว่าจะละลาย
ถ่านไฟที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในเตาไฟถูกลมหนาวพัดจนเปลวไฟดิ้นไหวอยู่สองครั้ง ก่อนจะมอดดับลงสนิท
ใบหน้าของลู่เจิงเจ็บแสบจากแรงลมราวกับถูกมีดกรีด
เขาไม่สนใจตัวเอง
รีบปลดถุงผ้าที่คล้องอยู่หน้าอก แล้วกอดซุ่ยซุ่ยที่ยังหลับอยู่แน่นขึ้นอีกนิด
เจ้าตัวเล็กคงรู้สึกหนาว จึงขยับซุกเข้าหาอกเขาโดยไม่รู้ตัว คิ้วเล็ก ๆ ขมวดเข้าหากัน
หัวใจของลู่เจิงบีบรัดอย่างเจ็บปวด
รอไม่ได้แล้ว!
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เด็กต้องหนาวจนป่วยแน่
เขาขนของทั้งหมดบนรถลากเข้ามาในบ้าน แล้วฝ่าลมหิมะปิดประตูผุพังที่เหลืออยู่เพียงครึ่งบานอย่างยากลำบาก
เขาล้วงไม้ขีดไฟออกจากอกเสื้อ แล้วจุดเตาไฟขึ้นใหม่
แสงไฟสีเหลืองสลัวไหววูบ ช่วยขับไล่ความมืดไปได้บ้าง แต่ไม่อาจขจัดความหนาวเหน็บที่กัดกระดูก
ลู่เจิงจัดให้ซุ่ยซุ่ยนั่งอยู่ด้านในสุดข้างเตาไฟ แล้วใช้ร่างสูงใหญ่ของตัวเองบังช่องลมที่พัดโกรกลงมาจากหลังคาไว้มิดชิด
“ลุง...”
ซุ่ยซุ่ยถูกเสียงรบกวนจนตื่น เธอขยี้ตางัวเงีย มองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง
เธอเห็นหลังคาที่ลมลอดเข้ามา เห็นเกล็ดหิมะร่วงลงมาไม่ขาดสาย ร่างเล็ก ๆ จึงสั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ลู่เจิงยื่นมือใหญ่หยาบกร้านไปลูบแก้มเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ
“ซุ่ยซุ่ยไม่ต้องกลัว”
เสียงของเขาขาดห้วงเพราะแรงลม แต่กลับหนักแน่นอย่างยิ่ง
“ลุงอยู่นี่”
“เดี๋ยวลุงซ่อมหลังคาให้เรียบร้อย จะไม่มีลมรั่วเข้ามาอีกแล้ว”
