ความสิ้นหวังราวกับน้ำหิมะเย็นเฉียบ ไหลทะลักเข้าไปตามคอเสื้อของลู่เจิง ทำให้เขาหนาวเหน็บไปทั้งตัว
มือของเขาแข็งจนกลายเป็นสีม่วงแดง ซอกเล็บเต็มไปด้วยเศษน้ำแข็งและดินโคลน
เขาชกต้นไม้แห้งตรงหน้าอย่างแรง
“ปัง!”
หิมะที่เกาะอยู่ร่วงกราวลงมาเต็มหัวเต็มหน้าเขา
ลำต้นไม้ไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่กระดูกนิ้วของเขากลับเจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจ
ลู่เจิงหอบหายใจหนัก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ไอขาวพวยพุ่งออกจากปาก ก่อนจะแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่บนคิ้วอย่างรวดเร็ว
ไม่มีประโยชน์
มีแต่ไม้ผุ ๆ ไร้ประโยชน์ทั้งนั้น
เขาหาไม้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว
รอยเท้ากระจัดกระจายเต็มพื้นที่หิมะที่ลึกถึงเข่า
แต่ไม้ที่หาเจอไม่ก็ถูกน้ำหิมะแช่จนผุ แค่บีบเบา ๆ ก็ร่วนเป็นผง
ไม่ก็แข็งจนเปราะ เขาเพียงใช้เข่าดันเบา ๆ ก็หักดังกร๊อบเป็นสองท่อน
ไม้แบบนี้อย่าว่าแต่เอาไปซ่อมหลังคาเลย แค่เอาไปเป็นฟืนยังเผาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ
ฟ้ามืดลงเรื่อย ๆ
ท้องฟ้าหม่นมัว ราวกับถูกผ้าสกปรกผืนใหญ่คลุมเอาไว้
ลมพัดแรงขึ้น เม็ดหิมะที่ปลิวมาตบหน้าราวกับมีดกำลังเฉือน
หัวใจของลู่เจิงค่อย ๆ จมดิ่ง เขาก้มมอง “ก้อนผ้า” ที่ห่อไว้อย่างมิดชิดตรงหน้าอก
ทันใดนั้น “ก้อนผ้า” ก็ขยับเบา ๆ
มีรูเล็ก ๆ ถูกดันเปิดออก
มือเล็ก ๆ ที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายขาดเป็นรูยื่นออกมาจากข้างใน นิ้วจิ๋วแดงก่ำเพราะความหนาว
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซุ่ยซุ่ยโผล่ออกมาจากช่องนั้นด้วย ปลายจมูกแดงเรื่อ ดวงตากลมโตดำขลับส่องประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงสลัว
ริมฝีปากเล็ก ๆ ของเธอขยับเข้ามาใกล้คางลู่เจิง ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดอยู่ตรงนั้น
“ลุง...”
หัวใจของลู่เจิงเหมือนถูกมือเล็ก ๆ กำเอาไว้ ความสิ้นหวังเมื่อครู่พลันจางหายไปกว่าครึ่ง
เขาก้มลง ใช้คางที่เต็มไปด้วยตอหนวดถูแก้มอุ่น ๆ ของเจ้าตัวน้อยเบา ๆ
“ลุงอยู่นี่”
ซุ่ยซุ่ยกะพริบตา แล้วยกมือเล็ก ๆ ขึ้นชี้ไปยังมุมหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ถูกหิมะหนาปกคลุมมิด
ตรงนั้นดูเหมือนเนินหิมะเล็ก ๆ ธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษเลย
