เสียงตามสายของเลขาธิการหมู่บ้านผู้เฒ่าลอยก้องไปทั่วหมู่บ้าน เสียงสะท้อนยังไม่ทันจางหาย
ขวานผ่าฟืนในมือลู่เจิงหยุดค้างกลางอากาศ
ลมเปลี่ยนทิศแล้ว
ไม่ใช่ลมหนาวแห้งเย็นที่พัดบาดกระดูกเหมือนฤดูหนาวอีกต่อไป
ลมตอนนี้พัดพากลิ่นเค็มชื้นมา วกผ่านช่องโหว่ของกำแพงลานบ้านเข้ามาปะทะใบหน้า
เย็นยะเยือก แต่ไม่บาดผิว
หิมะที่กองอยู่ตรงมุมลานละลายไปชั้นหนึ่ง เผยให้เห็นดินสีน้ำตาลดำด้านล่าง
หยดน้ำจากชายคาหยดลงมาหนึ่งหยดดังติ๋ง ตกกระทบพื้นจนเกิดรอยเปียกเล็ก ๆ
ลู่เจิงเอียงหูฟัง ทิศทางจากหัวหมู่บ้านฝั่งตะวันออกมีเสียงแกรก ๆ ดังแว่วมาทีละระลอก
เสียงนั้นอยู่ไกลและทุ้มต่ำ
คนในหมู่บ้านไม่ได้ยิน แต่ลู่เจิงได้ยิน
น้ำแข็งหนาริมอ่าวคลื่นมรกตกำลังแตกร้าว
ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาแล้ว
เขาวางขวานลง หันหลังสาวเท้าเข้าไปในกระท่อม
ไออุ่นจากเตียงเตาดินในบ้านยังไม่จางหาย ซุ่ยซุ่ยห่มผ้าผืนน้อยนอนหลับสนิท แก้มแดงระเรื่อ ปากน้อย ๆ จู๋ขึ้นเล็กน้อยเหมือนแอปเปิลแดงสุกงอม
เจ้าดำนอนหมอบอยู่ตรงปลายเตียงเตา พอได้ยินเสียงก็แค่ปรือตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะหมอบลงตามเดิม
ลู่เจิงขยับตัวเบามาก
เขาเดินไปกองข้าวของตรงสุดด้านในของบ้าน แล้วย่อตัวลงค้นหาในกองไม้ผุ
ไม่นานเขาก็ลากเข่งไม้ไผ่ขอบแตกออกมาใบหนึ่ง แล้วดึงแหอวนเก่า ๆ ที่พันกันยุ่งเหยิงออกมาหลายผืน
