เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงคืนส่งท้ายปีเก่า ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว
ด้านนอกบ้าน พายุหิมะที่โหมกระหน่ำมาตลอดฤดูหนาว ในที่สุดก็เหมือนตะโกนเฮือกสุดท้าย ก่อนจะอ่อนแรงและสงบลง
หิมะหนาทึบปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้านซิ่งฮวา กลืนเสียงทุกอย่างให้หายไป
โลกทั้งใบเงียบจนน่าขนลุก
ทว่าในกระท่อมมุงจากผุพังของลู่เจิงกลับเป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง
เตียงเต๋าคังถูกก่อไฟจนร้อนระอุ ซุ่ยซุ่ยร้อนจนแก้มแดง สวมเพียงเสื้อตัวใน คลานไปมาบนเตียง
เจ้าดำนอนหมอบอยู่ใต้ขอบเตียง หางกวาดฟางแห้งบนพื้นอย่างสบายอารมณ์
ตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ลู่เจิงใช้เงินก้อนโตแลกมาส่องแสงอยู่ แสงเหลืองนวลช่วยให้ห้องเล็ก ๆ อบอุ่นขึ้น
เขาเป็นคนหยาบกระด้าง ไม่รู้จักตกแต่งบ้าน
แต่เขาจำได้ว่าพอถึงปีใหม่ คนในหมู่บ้านจะติดกระดาษแดงกันทุกบ้าน
เขาจึงลองทำตาม ตัดกระดาษแดงที่แลกมาเป็นลายประดับหน้าต่างเบี้ยว ๆ อยู่หลายชิ้น แล้วงุ่มง่ามทำโคมใบเล็กแขวนไว้ใต้ชายคา
พอลมพัด แสงแดงดวงน้อยก็ไหวระริกเบา ๆ กลางหิมะ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้น
นี่แหละปีใหม่ของพวกเขา
ลู่เจิงหยิบเนื้อสะโพกหมูป่าชิ้นใหญ่และมันที่สุดออกมา แล้วสับลงบนเขียงเสียงดังฉับ ๆ
มือหนักแน่น จังหวะสม่ำเสมอ
เนื้อหมูที่มีทั้งมันและเนื้อแดงถูกสับละเอียดอย่างรวดเร็ว
เขาตอกไข่ใส่ลงไปอีก 2 ฟอง เติมเกลือให้พอดี แล้วใช้ตะเกียบคนไปในทิศทางเดียวกัน
