"บางที ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสที่เผ่าของเราจะหลุดพ้นจากที่นี่ไปได้ก็เป็นได้?
พวกเราถูกขังอยู่ในโลกย่อยใบนี้มานานแสนนาน สิ่งมีชีวิตที่บุกเข้าไปถึงตำหนักใต้ดินได้นั้นมีเพียงหยิบมือ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใครที่สามารถทลายค่ายกลในตำหนักใต้ดินนั้นได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
ข้าเห็นว่ามันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนแล้ว โอกาสที่เผ่าของเราจะได้ออกจากโลกย่อยใบนี้มาถึงแล้ว เราจำต้องลองดูสักครั้ง มิเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปอีกนานแค่ไหน"
ผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น
"พวกเราถูกขังอยู่ในโลกย่อยใบนี้มานานเกินไปจริง ๆ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหาหนทางออกไปจากที่นี่
ข้าเห็นด้วยกับการเปิดแท่นบูชา"
ครู่ต่อมา ผู้อาวุโสอีกท่านก็แสดงความเห็นด้วย
"เอาล่ะ เสียงข้างมากชนะเสียงข้างน้อย งั้นก็เปิดแท่นบูชาดูสิว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น!"
สุดท้ายผู้อาวุโสท่านหนึ่งก็ตัดสินใจ
ผู้อาวุโสอีกสี่ท่านต่างพยักหน้า
ผู้อาวุโสทั้งห้าต่างนั่งขัดสมาธิลงหน้าแท่นบูชาแห่งหนึ่งในศาลเจ้า พร้อมกันนั้นก็เริ่มสวดภาวนาคาถาโบราณบทหนึ่ง ในขณะที่มือทั้งสองข้างก็ประสานเป็นมุทราประหลาด ๆ ราวกับผีเสื้อบินว่อนผ่านหมู่ดอกไม้ สุดท้ายก็ชี้ไปข้างหน้าพร้อมกัน
ครืน ๆ ๆ ...
แท่นบูชาโบราณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เปล่งแสงเจิดจ้าออกมา พลังอานุภาพราวกับยุคโบราณอันหวนคืนถูกปลดปล่อยออกมาจากแท่นบูชา
ในขณะเดียวกันที่แท่นบูชาถูกกระตุ้น ภายในตำหนักใต้ดินที่เย่อวิ๋นเฟยอยู่ มุมหนึ่งก็มีแท่นบูชาโบราณเกิดการตอบสนอง และถูกกระตุ้นขึ้นพร้อมกัน
