ในเวลานี้ เหล่าผู้แข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย หรือก็คือเทพเปิดฟ้าทั้งหลาย ต่างก็เข้าปะทะต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ทุกคนต่างเข้าใจดีว่า ผลแพ้ชนะในการศึกครั้งนี้จะกำหนดชะตากรรมในภายหน้าของพันธมิตรที่ตนสังกัด หากพ่ายแพ้ ไม่เพียงพันธมิตรของตนเท่านั้น แม้แต่ขุมกำลังที่สังกัดก็อาจต้องเผชิญจุดจบอันน่าอนาถ ถึงขั้นถูกถอนรากถอนโคนจนสูญสิ้นไป ดังนั้นเทพเปิดฟ้าทุกคนจึงต่อสู้อย่างจริงจัง ทุ่มกำลังทั้งหมด ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เย่อวิ๋นเฟยเดินอยู่ท่ามกลางสนามรบอันกว้างใหญ่และโหดร้าย สายตาเย็นชาจับจ้องการต่อสู้อันดุเดือดเบื้องหน้า
ที่จริงแล้ว สำหรับเย่อวิ๋นเฟยในตอนนี้ การรบระหว่างกองทัพสามัญของทั้งสองฝ่ายไม่ได้สำคัญมากนัก
ก่อนหน้านี้เย่อวิ๋นเฟยก็สังหารเทพเปิดฟ้าชั้นที่หกได้แล้ว บัดนี้เมื่อกำราบเผ่าวิญญาณทั้งหมด ได้รับวังวิญญาณมาถึงห้าแห่ง และกุมรากฐานทั้งหมดของเผ่าวิญญาณไว้ในมือ ก็ยิ่งรับมือกับเทพเปิดฟ้าชั้นที่หกได้อย่างง่ายดาย
ต่อให้ไม่ใช่แค่หนึ่งคน แต่เป็นเทพเปิดฟ้าชั้นที่หกจำนวนสิบกว่าคนหรือหลายสิบคนร่วมมือกัน เย่อวิ๋นเฟยก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา
ดังนั้น แม้ศึกเบื้องหน้าจะดูดุเดือดตึงเครียด ฉากการต่อสู้ใหญ่โตและนองเลือด แต่สำหรับเย่อวิ๋นเฟยแล้ว ก็ไม่ได้ชวนให้ใส่ใจมากนัก
“คุณชายเย่ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้พันธมิตรฝ่ายผู้พิทักษ์จะซ่อนกำลังเอาไว้ไม่น้อย
ทั้งขนาดกองทัพและจำนวนผู้แข็งแกร่งล้วนมากเกินกว่าที่พวกเราคาดการณ์ไว้”
เวลานี้ เฒ่าผู้พิทักษ์แผ่นดินยืนอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งหนึ่ง กำลังต่อสู้กับเทพเปิดฟ้าสามคนพร้อมกัน
เมื่อเห็นเย่อวิ๋นเฟยไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินทอดน่องอยู่ในสนามรบอย่างสบายอารมณ์ เขาก็รีบส่งเสียงสื่อจิตหาเย่อวิ๋นเฟยทันที
