“วัดเสียงใหญ่มีวัดเทียนหลงคอยหนุนหลัง สถานการณ์คงไม่เลวร้ายนัก ข้ายังไปตระกูลมู่หรง ตระกูลเมิ่ง ตระกูลจี และหุบเขาจื่อตานดูก่อนดีกว่า”
เย่อวิ๋นเฟยคิดไตร่ตรองแล้ว คว้ายานบินสีเขียวออกมา มุ่งหน้าไปยังตระกูลมู่หรง
ส่วนลวี่อวี้กังก็พายอดฝีมือของหอการค้าซื่อฟางออกตามหาลวี่ตานตานด้วยตัวเอง
วิกฤตที่สำนักงานใหญ่ของหอการค้าซื่อฟางคลี่คลายแล้ว สำหรับเขาแล้ว ความปลอดภัยของลูกสาวต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด!
สำนักงานใหญ่ตระกูลมู่หรง
สองวันก่อน สำนักงานใหญ่ของตระกูลมู่หรงถูกตีแตก กองกำลังจำนวนมากจากจงถูเสินโจวบุกเข้ามา
โชคดีที่ในยามคับขัน ประมุขตระกูลมู่หรงพาคนในตระกูลหลบเข้าไปในศาลาบรรพชนได้ทัน
ศาลาบรรพชนของตระกูลมู่หรงมีค่ายกลจำนวนหนึ่งที่เย่อวิ๋นเฟยเคยช่วยจัดวางไว้ และยังมีมาตราการป้องกันต่างๆ ที่บรรพชนของตระกูลมู่หรงทิ้งไว้ ดังนั้นประมุขตระกูลมู่หรงจึงนำพาผู้คนในตระกูลอาศัยศาลาบรรพชนเป็นที่กำบัง ประคับประคองมาจนถึงตอนนี้โดยไม่ยอมจำนน
มองไปแต่ไกล เห็นเพียงรอบศาลาบรรพชนของตระกูลมู่หรงเต็มไปด้วยกองทัพมากมายแน่นขนัด จิตสังหารอันอำมหิต
ผู้เฒ่าสองคนนำยอดฝีมือขั้นวิบัติชีวิตกว่าสิบคนยืนอยู่หน้าศาลาบรรพชนตระกูลมู่หรง กำลังศึกษาศาลาหลังนี้ที่พวกเขาบุกสองวันก็ยังบุกไม่เข้า
“คิดไม่ถึงเลยว่า ตระกูลเล็กๆ ในตงหวงจะมีสืบทอดวิถีกระบี่ที่ทรงพลังถึงเพียงนี้ รอให้พวกเราบุกเข้าไปในศาลาหลังนี้แล้ว ต้องได้สืบทอดวิถีกระบี่ของตระกูลนี้มาให้ได้ จะได้ไม่เสียทีที่บุกมาถึงตงหวงไกลขนาดนี้!”
ผู้เฒ่าคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ผู้เฒ่าทั้งสองนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นนิ้วดาว ผ่านการศึกษาสองวัน พวกเขาค้นพบว่าภายในศาลาหลังนี้แฝงไว้ซึ่งสืบทอดวิถีกระบี่ที่ดุร้ายยิ่งนัก!
