ในเวลานี้ ยอดฝีมือขั้นเทพเปิดฟ้าสิบคนจากค่ายฝ่ายผู้พิทักษ์ที่เพิ่งจัดตั้งค่ายกลศึกก่อนหน้านี้ เหลืออยู่เพียงสี่คน รวมประมุขค่ายด้วย
หลังจากประมุขค่ายกับยอดฝีมือขั้นเทพเปิดฟ้าอีกสามคนประมือกับเย่อวิ๋นเฟย พวกเขาก็ตระหนักดีถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของเขา
ก่อนหน้านี้แม้จะอาศัยค่ายกลศึกก็ยังเอาชนะเย่อวิ๋นเฟยไม่ได้ บัดนี้ค่ายกลศึกถูกทำลายแล้ว ยิ่งไม่มีทางเป็นคู่มือของเขา
ดังนั้นประมุขค่ายจึงส่งเสียงสื่อจิตไปหายอดฝีมือขั้นเทพเปิดฟ้าอีกสามคน บอกให้ทุกคนหาโอกาสถอยห่างจากเย่อวิ๋นเฟย
ในเวลาเดียวกัน ยอดฝีมือเผ่าวิญญาณเหล่านั้นต่างพยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการสุดกำลัง แต่ร่างของพวกเขาถูกกิ่งต้นหล่อเลี้ยงวิญญาณรัดไว้แน่นราวกับบ๊ะจ่าง
ยิ่งไปกว่านั้น เส้นวิญญาณหุ่นเชิดโปร่งใสจำนวนมากยังเจาะเข้าไปในร่างของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง เหนือศีรษะยังมีวังวิญญาณห้าแห่งกำลังแผ่พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งออกมา ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่มีทางหนีรอดได้เลย
“จบแล้ว พวกเราจบสิ้นกันแล้ว!”
หัวหน้าเผ่าที่สองเห็นเย่อวิ๋นเฟยหันกลับมาและทอดสายตามองพวกตน หัวใจพลันหนักอึ้ง สีหน้าเผยความสิ้นหวัง
“ช่วงก่อนพวกเจ้าหลบซ่อนตัว ทำให้ข้าตามหาเสียแทบแย่
แต่ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะอดทนไม่ไหว โผล่หัวออกมาเร็วถึงเพียงนี้
ในเมื่อพวกเจ้ามาส่งตัวถึงที่ ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”
สายตาเย่อวิ๋นเฟยกวาดผ่านยอดฝีมือเผ่าวิญญาณเหล่านั้น น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด
กล่าวจบ กิ่งไม้ของต้นหล่อเลี้ยงวิญญาณก็ชูยอดฝีมือเผ่าวิญญาณที่ถูกมัดราวกับบ๊ะจ่างขึ้นทีละคน ก่อนลากทั้งหมดกลับมายังข้างกายเย่อวิ๋นเฟย
เย่อวิ๋นเฟยสะกดผนึกยอดฝีมือเผ่าวิญญาณทั้งหมด แล้วขังพวกเขาเข้าไปในหอเงามายาทีละคน
