“ถูกต้อง”
เย่อวิ๋นเฟยพยักหน้า จากนั้นก็เล่าเหตุการณ์กลียุคของสวรรค์และปฐพีครั้งก่อนให้ผู้อาวุโสทั้งห้าฟัง
“ในระยะเวลาอันสั้น เกิดกลียุคของสวรรค์และปฐพีถึงสองครั้งติดต่อกัน แล้วทั้งสองครั้งล้วนเป็นการยกระดับของพลังงานและกฎแห่งเต๋า เรื่องนี้มันเป็นเพราะเหตุใดกันแน่?”
ผู้อาวุโสทั้งห้าต่างพากันฉงนสงสัย
“องค์จักรพรรดิเพลิงเคยกล่าวไว้ว่า สามพันโลกใหญ่เล็กกำลังจะเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่ กลียุคของสวรรค์และปฐพีทั้งสองครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายครั้งใหญ่นั้นหรือไม่?”
เย่อวิ๋นเฟยคิดในใจ
“ผู้อาวุโสทั้งห้า ท่านทั้งสองเป็นถึงขั้นกึ่งจักรพรรดิชั้นสูง อีกสามท่านเป็นขั้นกึ่งจักรพรรดิชั้นกลาง และล้วนฝึกฝนอยู่บนขั้นภูมิปัจจุบันมานานแสนนาน ควรพิจารณาฝ่าด่านขึ้นไปอีกขั้นได้แล้ว”
เย่อวิ๋นเฟยเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน
ขั้นกึ่งจักรพรรดิแบ่งออกเป็นสี่ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับสมบูรณ์ไร้ที่ติ
“พวกเราก็อยากฝ่าด่านขึ้นไปเหมือนกัน เพียงแต่ยิ่งขั้นภูมิสูงเท่าไร การฝ่าด่านก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
โดยเฉพาะพรสวรรค์ของคนแก่ทั้งห้าอย่างพวกเราดูเหมือนจะถึงขีดสุดแล้ว อยากจะก้าวหน้าต่อไปอีกสักก้าว มันช่างยากเย็นเหลือเกิน”
ผู้อาวุโสสามถอนหายใจเอ่ย
“ผู้อาวุโสทั้งห้า ที่จริงด้วยพรสวรรค์และการสั่งสมของพวกท่าน ยังสามารถฝ่าด่านขึ้นไปได้อีก
โดยเฉพาะตอนนี้ที่สวรรค์และปฐพีกลายพันธุ์ พลังงานและกฎแห่งเต๋าของสวรรค์และปฐพีต่างยกระดับขึ้นมาอย่างมาก ข้านึกว่าผู้อาวุโสทั้งห้าควรฉวยโอกาสนี้ ก้าวขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
เช่นนี้แล้ว เชิญผู้อาวุโสทั้งห้ากลับไปได้เลย ตอนนี้เริ่มปิดด่านบ่มเพาะเพื่อพุ่งทะยานขั้นภูมิ”
เย่อวิ๋นเฟยเอ่ย
“ก็ได้
คราวนี้กลับไป พวกเราก็จะปิดด่านบ่มเพาะเพื่อพุ่งทะยานขั้นภูมิกัน”
ผู้อาวุโสใหญ่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ผู้อาวุโสทั้งห้า ข้าต้องการสมุนไพรและของวิเศษที่อุดมไปด้วยพลังงานธาตุโลหะสักชุดหนึ่ง ไม่ทราบว่าพวกท่านมีอยู่เท่าไร”
เย่อวิ๋นเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอ่ยถาม
