"ไม่นึกเลยว่าพวกสำนักมืดจะวิ่งออกมาวุ่นวายกันด้วย ดูท่าเราคงต้องลงมือกันแล้ว"
ในเวลานี้ ณ จุดหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป ชายชรากับพระอ้วนรูปหนึ่งยืนจับตาดูสถานการณ์ของเย่อวิ๋นเฟยอยู่ เมื่อเห็นเย่อวิ๋นเฟยถูกสี่จอมยุทธ์ฝ่ายสำนักมืดรุมล้อมเป็นวงกลม พระอ้วนจึงเอ่ยขึ้น
"คงเพราะฝีมือของเย่อวิ๋นเฟยโดดเด่นเกินไป จนดึงดูดความสนใจของสำนักมืดเข้าให้
จอมยุทธ์ฝ่ายสำนักมืดพวกนี้จึงจับจ้องเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาคงรับมือได้อย่างยากลำบาก ถึงเวลาที่เราสองคนต้องลงมือแล้ว"
ชายชราพยักหน้า
"เจ้าหนู รีบยอมจำนนโดยดีเสียเถอะ"
เวลานี้ จอมยุทธ์ฝ่ายสำนักมืดคนหนึ่งหัวเราะเย็นเยียบพลางยื่นมือสีดำสนิทขนาดใหญ่เข้าฉวยไปทางเย่อวิ๋นเฟย
พลังงานที่จอมยุทธ์ฝ่ายสำนักมืดผู้นี้ปลดปล่อยออกมาทำให้เย่อวิ๋นเฟยประหลาดใจไม่น้อย
เพราะเย่อวิ๋นเฟยพบว่า จอมยุทธ์ฝ่ายสำนักมืดผู้นี้มีพลังแข็งแกร่งกว่าเทพสวรรค์ทั้งสามเสียอีก
"ไม่แปลกใจเลยที่สำนักมืดจะกลายเป็นต้นตอของสงครามล้างพิภพ
ฝีมือของจอมยุทธ์สำนักมืดพวกนี้ไม่เลวจริง ๆ"
เย่อวิ๋นเฟยคิดในใจ
"ผู้อาวุโสฮุ่น พวกเราออกแรงสู้สุดกำลังเถอะ"
เย่อวิ๋นเฟยเอ่ยขึ้น
"ทำได้เพียงเท่านี้ ข้าจะใช้พลังงานมิติอย่างเต็มกำลัง ดูซิว่าจะต้านทานวิชาผนึกมิติของไอ้สี่ตัวนี้ได้บ้างหรือไม่!"
ผู้อาวุโสฮุ่นพยักหน้า
"ในยามคับขัน ข้าอาจต้องสละร่างนี้ ทิ้งไว้เพียงร่างวิญญาณหนีเอาตัวรอด ถึงขั้นร่างวิญญาณอาจได้รับบาดเจ็บด้วย"
