“ตอนนี้ ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้แล้ว”
หลังจากเย่อวิ๋นเฟยเปิดใช้งานค่ายกลและค่ายกลปฐพีจำนวนหนึ่งแล้ว เขาก็ค่อย ๆ หันกลับมา มองปู้ซวนจื่อที่กำลังดิ้นรนด้วยสายตาหยอกเย้า ก่อนเผยรอยยิ้มเย็นชา
ในเวลานี้ หอกพลังวิญญาณสีดำทั้ง 13 เล่มลอยอยู่รอบศีรษะของปู้ซวนจื่อ เล็งเป้าไปยังทะเลวิญญาณและร่างวิญญาณของเขาเรียบร้อยแล้ว เปลวเพลิงวิญญาณสีดำผืนใหญ่กำลังลุกโชนอยู่ในห้วงอากาศรอบกายปู้ซวนจื่อ ปิดกั้นทางหนีของเขาไว้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน งูเพลิงสีแดงตัวหนึ่งก็พันรอบร่างของปู้ซวนจื่อ แผ่พลังเผาผลาญอันน่าตระหนกออกมา น้ำเต้าสีเทาใบหนึ่งลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา ส่วนค่ายกลขนาดใหญ่และค่ายกลปฐพีอีกสิบกว่าชุดก็ปรากฏขึ้นในห้วงอากาศรอบตัวเขาในชั่วพริบตา
เย่อวิ๋นเฟยใช้วิธีการต่าง ๆ ปิดกั้นทางหนีของเขาไว้แล้ว
ในเวลาเดียวกัน ตาเทพหว่างคิ้วของเย่อวิ๋นเฟย รวมถึงดวงตากลืนวิญญาณยมโลกที่ตาซ้าย ต่างก็จับจ้องปู้ซวนจื่อ ทั้งร่างเนื้อและร่างวิญญาณของเขา
ขณะนี้ ผู้อาวุโสฮุ่น หนอนไหมมังกรเขาทอง หวงซาง หูเมี่ยว และพวกพ้องอีกหลายคน ต่างก็ใช้วิธีการของตนเข้ากดข่มและผนึกปู้ซวนจื่อเช่นกัน
กล่าวได้ว่าปู้ซวนจื่อตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมหลายชั้นแล้ว
“ไอ้เดรัจฉานเย่อวิ๋นเฟย กล้าฆ่าข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
ในที่สุดปู้ซวนจื่อก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย
ชั่วชีวิตนี้เขาเชี่ยวชาญวิชาโหรคำนวณ มีพลังคำนวณเหนือคนทั่วไป ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็มักชิงลงมือก่อน ก้าวล้ำหน้าผู้อื่นอยู่เสมอ สถานการณ์ที่ถูกผู้อื่นจับขังไว้เช่นนี้ สำหรับเขาแล้วเป็นเรื่องที่ไม่อาจจินตนาการได้ เพราะก่อนจะถูกล้อม เขาย่อมคำนวณทุกสิ่งไว้ล่วงหน้าและเตรียมรับมือเรียบร้อยแล้ว
แต่เมื่อครู่ ปรมาจารย์กัวผู้เป็นศิษย์ร่วมสำนักกลับรบกวนความสามารถในการคำนวณของเขา จึงทำให้เขาตกอยู่ในสภาพถูกล้อมเช่นนี้
“ข้ารู้ว่าคนสำนักพยากรณ์อย่างพวกเจ้ามีวิธีเอาชีวิตรอดมากมาย แต่กระบี่ยาวในมือเล่มนี้ เป็นของที่ผู้อาวุโสคนหนึ่งในแดนกระบี่ทิ้งไว้ให้ ตั้งแต่สมัยโบราณก็สามารถฟาดฟันทุกสิ่งในใต้หล้าได้แล้ว”
เย่อวิ๋นเฟยค่อย ๆ ชักกระบี่ยาวเล่มหนึ่งออกมา จ่อไปยังปู้ซวนจื่อแล้วเอ่ยขึ้น
