“คุณชายเย่ วางใจเถิด แม้ปู้ซวนจื่อจะเป็นคนของสำนักพยากรณ์เรา แต่สายของเขาแทบจะแยกตัวออกจากสำนักพยากรณ์ไปแล้ว เรียกได้ว่าดำรงอยู่เป็นเอกเทศ
หลายปีมานี้ แม้สายของพวกเขาจะชูธงสำนักพยากรณ์มาโดยตลอด ถึงขั้นกล่าวอ้างว่าพวกตนต่างหากคือผู้สืบทอดสำนักพยากรณ์ที่ชอบธรรมที่สุด
แต่ผู้อาวุโสสำนักพยากรณ์อย่างพวกเราล้วนแข่งขันกันมานานแล้ว
ผู้ทรงเกียรติบางคนในสำนักพยากรณ์ของเราอาจหายตัวไปอย่างกะทันหัน หรือไม่ก็เสียชีวิตกะทันหัน ซึ่งอาจเป็นฝีมือของสายพวกเขาก็ได้
เพราะฉะนั้น หากท่านสังหารคนผู้นี้ ข้าน้อยไม่มีความเห็นใด ๆ
เพียงแต่การสังหารเขาอาจทำให้สายของเขาล้างแค้นท่านในภายหลัง
แน่นอนว่า หากเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น สายของพวกเราจะไม่ยืนดูอยู่เฉย ๆ เพราะพวกเราสนับสนุนให้มีสัมพันธ์อันดีกับคุณชายเย่”
หลังได้รับเสียงสื่อจิตจากเย่อวิ๋นเฟย ปรมาจารย์กัวก็รู้ว่าเย่อวิ๋นเฟยคิดลงมือกับปู้ซวนจื่อ จึงไม่ปิดบังและกล่าวออกมาตรง ๆ
“เช่นนั้นก็ดี”
หลังได้รับคำพูดของปรมาจารย์กัว เย่อวิ๋นเฟยก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“คุณชายเย่ หากท่านคิดจะลงมือกับเขาจริง ๆ ข้าน้อยยังช่วยท่านได้ ข้าจะช่วยรบกวนวิชาคำนวณของเขาชั่วคราว
ท่านเพียงต้องสังหารเขาให้ได้ในเวลาอันสั้น วิชาคำนวณของเขาก็จะไม่อาจทำนายได้ว่าท่านคิดสังหารเขา”
ปรมาจารย์กัวส่งเสียงสื่อจิตกล่าวกับเย่อวิ๋นเฟยอีกครั้ง
“ยอดเยี่ยมยิ่ง ขอบคุณท่านปรมาจารย์กัว
คนผู้นี้คำนวณเรื่องของข้าอยู่ตลอด หากไม่สังหารเขา สำหรับข้าแล้วเขาย่อมเป็นภัยแฝงอยู่เสมอ”
เย่อวิ๋นเฟยตอบ
“คุณชายเย่ ตั้งแต่บัดนี้ ข้าน้อยจะเริ่มรบกวนการคำนวณของปู้ซวนจื่อแล้ว”
ปรมาจารย์กัวกล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
จากนั้นเขาก็นั่งขัดสมาธิ สะบัดมือเรียกเครื่องมือและของวิเศษสำหรับใช้คำนวณออกมาห้าหกชิ้น
หลังเครื่องมือและของวิเศษเหล่านั้นถูกกระตุ้น อักขระลี้ลับสายแล้วสายเล่าก็ลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง แผ่ไปยังตำแหน่งที่ปู้ซวนจื่ออยู่ไกลออกไปอย่างเงียบเชียบ
“ทุกคนช่วยข้าด้วย”
เย่อวิ๋นเฟยส่งเสียงสื่อจิตบอกผู้อาวุโสฮุ่นและคนอื่น ๆ
กล่าวจบ ปีกสีเงินคู่หนึ่งที่ด้านหลังเย่อวิ๋นเฟยก็ขยับเบา ๆ ร่างของเขาพลันหายไปจากจุดเดิม
