เทพเจ้าแห่งตำหนักสวรรค์สัมผัสได้ว่าร่างแยกของเขาถูกทำลายลงแล้ว และยังได้รับรายงาน รู้ว่าช่องทางส่งผ่านระยะไกลที่เชื่อมต่อไปยังทวีปหงเหมิงถูกทำลายสิ้นแล้ว ย่อมบังเกิดไฟโกรธเคืองเดือดพล่านขึ้นในใจ ถึงกับอาละวาดสุดขีด
“เย่อวิ๋นเฟย เจ้าคอยดูเถิด ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้เพียงเท่านี้เด็ดขาด ข้าจะต้องตามล้างแค้นเจ้าให้จงได้!”
เทพเจ้าแห่งตำหนักสวรรค์กัดฟันกรอด อยากจะตามไปหาเย่อวิ๋นเฟยในบัดดล แล้วจัดการให้สิ้นซากด้วยฝ่ามือเดียว
“ท่านเทพเจ้า ครั้งนี้พวกเราส่งผู้แข็งแกร่งขั้นทอแสงดารามากกว่าแปดสิบคนเข้าสู่ทวีปหงเหมิง รวมถึงร่างแยกของท่านเทพเจ้าด้วยก็ยังไม่อาจรับมือเย่อวิ๋นเฟยได้ นี่แสดงว่าขั้นทอแสงดารานั้นไม่อาจทำอะไรเย่อวิ๋นเฟยได้อีกต่อไปแล้ว
แต่กฎฟ้าดินของทวีปหงเหมิงสามารถรองรับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดได้เพียงขั้นทอแสงดาราเท่านั้น ฉะนั้น ตราบใดที่เย่อวิ๋นเฟยยังอยู่ในทวีปหงเหมิง พวกเราก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้”
ข้างกายมีผู้เฒ่าร่างผ่ายผอมคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ
ผู้เฒ่าผู้นี้คือจอมเวทใหญ่แห่งตำหนักสวรรค์ มีอาวุโสสูงส่งยิ่ง เทพเจ้าแห่งตำหนักสวรรค์เชื่อใจเขามาก เรื่องใหญ่หลายเรื่องต้องไปขอคำปรึกษาจากเขา
เทพเจ้าแห่งตำหนักสวรรค์ได้ฟัง สีหน้ากลายเป็นมืดมนยิ่งนัก นิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใด
“เพียงแต่ พวกเรายังมีวิธีอื่นที่คิดได้”
จอมเวทใหญ่ผู้นั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“วิธีใด?”
เทพเจ้าแห่งตำหนักสวรรค์รีบถามทันที
“แม้ตอนนี้พวกเราจะยังรับมือเย่อวิ๋นเฟยไม่ได้ แต่พวกเราสามารถจัดการกับเหล่าพลังที่เกี่ยวข้องกับเขา รวมถึงคนที่เขาใส่ใจได้
พวกเราสามารถส่งคนลอบเข้าสู่ทวีปหงเหมิงและแดนชางหวง จับกุมพวกคนที่ใกล้ชิดกับเขากลุ่มหนึ่งมาเป็นตัวประกัน ใช้เป็นข้อต่อรองบังคับให้เขามอบหอเต๋าสวรรค์ออกมา
