องค์หญิงเทียนเย่าและเซี่ยวฟางยังพูดไม่ทันจบ ชายชราชุดดำผู้มีเคราและผมสีดอกเลาก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายหลานเทียนลั่วแล้ว
“เทียนลั่ว เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!”
ชายชราชุดดำเห็นหลานเทียนลั่วนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ก็อดตกใจไม่ได้ ตรงเข้าประคองตัวหลานเทียนลั่วขึ้นทันที
“ท่านปู่ เขานี่แหละที่ทำข้า!
เร็วเข้า ช่วยข้าแก้แค้น ฆ่ามัน!
ไม่ ฆ่ามันง่ายไปนัก ก่อนมันตาย ข้าจะทรมานมันอย่างสาหัส!
ให้มันเสียใจที่มาหาเรื่องข้า!”
เมื่อเห็นท่านปู่มาถึง หลานเทียนลั่วก็ฮึกเหิมขึ้นทันที ชี้นิ้วใส่เย่อวิ๋นเฟยพลางตวาดอย่างบ้าคลั่ง
“เทียนลั่ว เจ้ากินโอสถวิเศษรักษาแผลเม็ดนี้ก่อน รักษาแผลสำคัญกว่า เจ้าวางใจได้ พวกมันไม่มีทางหนีไปไหนรอด”
ชายชราชุดดำหยิบโอสถวิเศษออกมาหนึ่งเม็ด ยัดเข้าปากหลานเทียนลั่ว
“ไอ้หนู ในไม่ช้าเจ้าจะพบว่า การที่เจ้าทำร้ายหลานข้า เป็นเรื่องที่โง่เขลาและน่าเสียใจที่สุดในชีวิตเจ้าแน่นอน!”
หลังจากป้อนโอสถวิเศษให้หลานเทียนลั่วแล้ว ชายชราชุดดำก็ยืดตัวขึ้นช้า ๆ จ้องมองเย่อวิ๋นเฟยด้วยสายตาเย็นเยียบ กล่าวทีละคำ
“แค่เจ้าน่ะหรือ?”
เย่อวิ๋นเฟยยิ้มเรียบ ๆ แฝงแววดูถูก
“ไอ้หนู ข้าจะดูว่าเจ้าหัวเราะได้อีกนานแค่ไหน!”
ชายชราเห็นท่าทีของเย่อวิ๋นเฟยเช่นนั้น ก็เดือดดาลขึ้นมา
ตูม......
วินาทีต่อมา ค่ายกลใหญ่ในหุบเขาก็ถูกกระตุ้นจนเต็มกำลัง
ม่านแสงค่ายกลขนาดใหญ่พลุ่งพล่านขึ้น ปกคลุมหุบเขาทั้งหมดไว้ภายใน
ตูม ๆ......
จากนั้น ลำแสงพลังงานหนามหึมาก็พุ่งออกจากม่านแสงค่ายกลไม่ขาดสาย เล็งตรงไปที่เย่อวิ๋นเฟย
ลำแสงพลังงานเหล่านี้มีจำนวนมหาศาล และพลังอำนาจร้ายกาจยิ่งนัก ระหว่างทางทำให้มิติสั่นไหวโคลงเคลงอย่างรุนแรง
“คุณชาย ระวัง!”
องค์หญิงเทียนเย่าและเซี่ยวฟางหน้าซีดเผือด
“อืม วิชาค่ายกลของเจ้าเหนือกว่าหลานเจ้าอยู่บ้าง
แต่ว่า ก็แค่นั้นแหละ”
เย่อวิ๋นเฟยชำเลืองมองท่าควบคุมค่ายกลของชายชราชุดดำแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างราบเรียบ
สิ้นเสียง
