ครืน ๆ ๆ…
เพียงชั่วขณะนั้น แผ่นดินก็เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสียงคำรามกัมปนาทดังก้องมาจากที่ไกล ๆ
ราวกับมีรถเหล็กยักษ์นับไม่ถ้วนกำลังบดขยี้แผ่นดินอยู่
“ท่านประมุข ไม่ดีแล้ว กองทัพสัตว์อานุภาพมหึมากำลังบุกมายังที่แห่งนี้
พวกมันต้องการให้เราส่งตัวคุณชายเย่ออกไป พวกมันบอกว่าคุณชายเย่บุกรุกเข้าไปในดินแดนบรรพชนของพวกมัน ขโมยแก่นในของบรรพชนพวกมันไป และยังขโมยสมบัติของพวกมันไปด้วย!”
ชายหนุ่มเผ่ายักษ์คนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งจากนอกเมืองเข้ามา วิ่งไปถึงเบื้องหน้าประมุข แล้วรายงานด้วยความตื่นตระหนก
“ช่างบัดซบนัก!
สัตว์อานุภาพมหึมาพวกนี้จับตัวลูกสาวของข้าไป ตอนนี้ยังกล้าส่งกองทัพใหญ่บุกมายังดินแดนของเผ่ายักษ์เรา ราวกับไม่เห็นเผ่ายักษ์เราอยู่ในสายตาเสียเลย!”
ผู้อาวุโสฉีคำรามขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธแค้น
เขาย่อมรู้ดีว่า เย่อวิ๋นเฟยบุกรุกเข้าไปในดินแดนบรรพชนของสัตว์อานุภาพมหึมา ก็เพื่อช่วยลูกสาวของเขาออกมา
“จงระดมพลทันที เตรียมพร้อมรับศึก!
ครั้งนี้ เราจะต้องให้สัตว์อานุภาพมหึมาพวกนั้นได้ลิ้มรสความเกรียงไกรของเผ่ายักษ์เราให้จงได้!”
ประมุขได้ยินรายงานแล้วก็โกรธจนไฟลุกโชน ทุบแก้วสุราที่ถืออยู่ในมือลงกับพื้นอย่างแรง แล้วลุกขึ้นยืน พลางตวาดคำรามอย่างดุดัน
“คุณชายเย่ ท่านวางใจได้ บนดินแดนของเผ่ายักษ์เรา สัตว์อานุภาพมหึมาพวกนั้นไม่อาจแตะต้องท่านได้แม้แต่เส้นผมเส้นเดียว!”
ผู้อาวุโสฉีพูดกับเย่อวิ๋นเฟย
“ฮึ ๆ…
ตอนนี้ข้าก็ไม่แน่ว่าจะต้องกลัวพวกมันแล้วหรือไม่”
เย่อวิ๋นเฟยยิ้มบาง ๆ
พลังกายของเย่อวิ๋นเฟยพุ่งพรวดจากสองหมื่นกว่ามังกรน้ำ กลายเป็นสามแสนมังกรน้ำในพริบตา ร่างกายเต็มไปด้วยพลังมหาศาลยุคบรรพกาลอันไร้ขอบเขต เขากำลังคิดจะหาคู่ต่อสู้มาลองฝีมืออยู่พอดี
ตอนนี้กองทัพสัตว์อานุภาพมหึมาบุกมาถึงหน้าประตู เย่อวิ๋นเฟยไม่เพียงไม่กลัว กลับรู้สึกตื่นเต้นรอคอยอยู่ด้วยซ้ำ
อยากจะดูเหลือเกินว่า พลังกายที่ตนเองมีอยู่ในตอนนี้ จะสามารถแสดงผลการต่อสู้ได้ระดับไหน
