แม้ในทะเลสายฟ้าอันไพศาลนี้จะมีเสียงสายฟ้าดังร้องคำรามไม่สิ้นสุด ดังกึกก้องจนแสบโสตประสาท แต่ถ้อยคำที่ร่างเรืองแสงนั้นเอ่ยออกมาทุกคำกลับชัดเจนยิ่ง ทัดทานกับเสียงสายฟ้าคำรามกลิ้งไปมารอบด้าน ก่อเกิดเป็นจังหวะอันลี้ลับ
ทั่วทั้งร่างของเงาร่างนั้นมีสายฟ้าไร้ที่สิ้นสุดดิ้นเลื้อยไปมา บิดเบี้ยวไม่หยุดหย่อน พลังสายฟ้าที่ปลดปล่อยออกมาน่าสยดสยองยิ่ง ทั้งร่างดูทรงอำนาจเกรียงไกร เต็มไปด้วยความก้าวร้าวรุกราน มีพลังอันแข็งแกร่งสุดประมาณ กดดันจนหายใจแทบไม่ออก
สิ่งมีชีวิตใดที่ภูมิพลังหรือจิตใจไม่แกร่งพอ หากยืนอยู่ ณ ที่นี้เผชิญหน้าร่างเรืองแสงนั้น คงขาดลมหายใจตายในทันใด
“เจ้าคือเจตจำนงแห่งสายฟ้า ต้องการเป็นตัวแทนของวิถีสวรรค์ในความมืดมนมาพิพากษาข้าหรือ?”
เย่อวิ๋นเฟยได้ยินถ้อยคำหนาวเย็นของร่างเรืองแสงนั้น ก็ขมวดคิ้วทันใด ดวงตาเทพระหว่างคิ้วเริ่มหมุนด้วยอัตราสูง ศึกษาวิเคราะห์ร่างเรืองแสงนั้น พร้อมกับปลดปล่อยพลังวิญญาณและพลังหฤทัยของตนออกไปสัมผัสรับรู้
แต่ก่อนไม่นานเย่อวิ๋นเฟยก็พบว่า พลังวิญญาณของเขายังไม่ทันแตะต้องร่างเรืองแสงนั้น ก็ถูกพลังสายฟ้าอันน่าสยดสยองขับไล่ออกไปเสียก่อน
โชคดีที่พลังหฤทัยทะลุผ่านการป้องกันของพลังสายฟ้า สัมผัสรับรู้ร่างเรืองแสงนั้นได้โดยตรง
“ข้าเพิ่งค้นพบข้อมูลของเผ่าพันธุ์หนึ่งในยุคบรรพกาลที่เกี่ยวข้องกับสายฟ้าจากความทรงจำของเผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์นั้นถูกเรียกว่าเผ่าปฐมสายฟ้า
กล่าวกันว่าบรรพชนของเผ่านี้คือวิญญาณสายฟ้าที่ถือกำเนิดขึ้นในทะเลสายฟ้า ต่อมาจึงมีชีวิตและสายเลือดเผ่าพันธุ์ ค่อย ๆ วิวัฒน์กลายเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่ง
หากแต่จุดเด่นที่สุดข้อหนึ่งของเผ่าพันธุ์นี้คือจำนวนน้อยนิด ภายในร่างของเผ่าปฐมสายฟ้ามีเพียงพลังงานและกฎเดียว คือพลังงานสายฟ้าและกฎแห่งสายฟ้า
เพราะพลังงานสายฟ้าเป็นพลังงานที่เด็ดขาดที่สุดและมีความทำลายล้างสูงสุดในโลก กระทั่งสามารถทำลายตนเองได้ เผ่าปฐมสายฟ้าจึงยากยิ่งนักที่จะมีทายาท
นอกจากจำนวนที่น้อยนิดมากแล้ว เผ่าพันธุ์นี้ยังมีจุดเด่นอื่น ๆ เช่น สามารถบังคับพลังงานสายฟ้าและกฎแห่งสายฟ้า
