เวลานี้ศิลาต้าฟงลอยอยู่เหนือสุสาน สุสานแห่งนี้สูงใหญ่ตระหง่าน ยอดพุ่งทะลุเมฆา
เดิมทีรอบสุสานไม่มีลมแม้แต่น้อย ทว่าหลังจากเย่อวิ๋นเฟย ผู้มาเยือนแปลกหน้า ปรากฏตัวขึ้น ลมก็เริ่มพัดวนรอบสุสาน จากแผ่วเบาค่อย ๆ ทวีความแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็กลายเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่หลายสาย คำรามกึกก้องสะเทือนฟ้า อานุภาพน่าหวาดหวั่น
มองจากระยะไกล จะเห็นพายุหมุนมหึมาหลายสายโอบล้อมสุสาน พวกมันเคลื่อนวนไปมาท่ามกลางฟ้าดินพร้อมเสียงคำรามครืนครั่น หมุนวนอย่างรวดเร็ว แผ่พลังอันน่าตื่นตะลึงออกมา
ผู้ที่มีพลังไม่เพียงพอไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อย เพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ก็อาจถูกพายุหมุนอันน่าสะพรึงกลืนฉีกเป็นชิ้น ๆ
แต่ด้วยพลังของเย่อวิ๋นเฟยในตอนนี้ ต่อให้ยืนอยู่หน้าสุสานแห่งนี้ ก็ไม่ตกอยู่ในอันตรายมากนัก
นั่นเป็นเพราะร่างกายของเย่อวิ๋นเฟยแข็งแกร่งอย่างยิ่ง อีกทั้งความเร็วของเขายังสูงล้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ข้างกายยังมีผู้อาวุโสฮุ่นกับหนอนไหมมังกรเขาทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านมิติทั้งสองอยู่ด้วย แม้พายุหมุนเหล่านั้นจะมีแรงกดดันน่าสะพรึง สามารถสะกดมิติเป็นบริเวณกว้างได้ในชั่วพริบตา แต่เย่อวิ๋นเฟยก็ยังรับมือได้อย่างสบาย เพียงขยับร่างเล็กน้อยก็หลบพายุหมุนเหล่านั้นได้แล้ว
“ไม่นึกเลยว่าหลังจากข้าหลับใหลมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ ยังจะได้เห็นศิลานี้อีก”
ขณะที่เย่อวิ๋นเฟยกำลังพินิจสุสานสูงใหญ่เบื้องหน้า เสียงเนิบช้าสายหนึ่งพลันดังขึ้น คล้ายทะลวงผ่านกาลเวลานับหมื่นยุค แฝงทั้งความทอดถอนใจและความทรงจำหวนหา
