อสูรกายยักษ์ตัวนั้นยังอยู่ห่างไกล ทว่าคลื่นความเคลื่อนไหวอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่กระจายมาถึงแล้ว
เย่อวิ๋นเฟยกับพวกอีกหลายคนรู้สึกได้เพียงว่าห้วงกาลอวกาศปั่นป่วนรอบกายสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“นายท่าน หรือว่านี่จะเป็นสัตว์เทพคุนเผิงในตำนาน?”
หูเมี่ยวจับจ้องอสูรกายยักษ์ที่กำลังเคลื่อนเข้ามาจากระยะไกล น้ำเสียงสั่นเครือขณะเอ่ยถาม
อสูรกายตัวนั้นมีร่างใหญ่โตมโหฬาร ไม่รู้ว่าปกคลุมห้วงกาลอวกาศเป็นบริเวณกว้างใหญ่เพียงใด รูปร่างของมันยังเปลี่ยนแปลงไปมา บางครั้งดูคล้ายปลายักษ์ บางครั้งก็คล้ายนกเผิงยักษ์ หรือไม่ก็เป็นส่วนผสมระหว่างปลาและนกเผิง ปีกทั้งสองข้างใหญ่โตประหนึ่งเมฆยักษ์สองก้อนที่ปกคลุมห้วงอวกาศกว้างไกล เพียงขยับเบา ๆ ก็ผลักห้วงกาลอวกาศปั่นป่วนรอบข้างให้แยกออกจากกันอย่างรุนแรง
พายุห้วงมิติขนาดมหึมาเหล่านั้น เพียงถูกปีกทั้งสองของมันปัดผ่านเบา ๆ ก็พลันอันตรธานหายไปทันที
“ดูคล้ายคุนเผิงจริง ๆ!”
เย่อวิ๋นเฟยมองอสูรกายยักษ์ตัวนั้น พลันรู้สึกตื่นตะลึงอยู่บ้าง
แท้จริงแล้ว เย่อวิ๋นเฟยคุ้นเคยกับรูปร่างของอสูรกายตัวนี้เป็นอย่างดี เพราะภายในวงล้อตราเผ่าเก้าวังที่เขาเคยฝึกฝน มีตราเผ่าคุนเผิงอยู่ด้วย ทุกครั้งที่ต่อสู้ คุนเผิงจะกระโจนออกมาจากวงล้อตราเผ่า แล้วแปลงกายเป็นอสูรกายยักษ์ได้
ทว่าคุนเผิงที่เย่อวิ๋นเฟยฝึกฝนขึ้นมานั้น เมื่อเทียบกับคุนเผิงตรงหน้าซึ่งปรากฏกายในสุญญากาศสมบูรณ์แล้ว ห่างชั้นกันไกลลิบ ราวกับยุงตัวหนึ่งเทียบกับช้างตัวหนึ่ง
“พวกเราควรหลบไปก่อน
หากนี่เป็นคุนเผิงในตำนานจริง ด้วยพลังของพวกเรา ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน เกรงว่ามันจะสังหารพวกเราได้ในพริบตา”
