ชายแซ่หวงและแซ่กานต่างก็ยิ้มเย็นชา ด้วยสถานะและฐานะของพวกเขา ในสายตาของสำนักอ่อนแอทั้งหลายในตงหวง พวกเขาก็คือจักรพรรดิสูงส่งที่ใครจะกล้าขัดขืน!
“จำคำพูดของข้าไว้ เอาสมุนไพรทั้งหมดที่พวกเจ้าหามาไว้ให้หมด กึ่งต้นก็ห้ามเอาไป มิเช่นนั้น ข้าไม่รังเกียจที่จะฆ่าพวกเจ้าทิ้งทั้งหมด และแม้แต่สำนักเบื้องหลังพวกเจ้าก็จะถูกตามล่า!”
ชายแซ่หวงกล่าว
ชายทั้งสองคนนี้มีพลังอยู่ในขั้นลิขิตสวรรค์ขั้นกลาง ลมปราณเฉียบคม เห็นได้ชัดว่าพลังการต่อสู้แสนน่ากลัว
เหล่าศิษย์ของสำนักจื่อเวยต่างก็ไม่พอใจ รู้สึกอัดอั้นใจยิ่งนัก
“ห้ามหุนหันพลันแล่นเด็ดขาด อย่าไปก่อเรื่องกับคนทั้งสองนี้ มิเช่นนั้นจะนำภัยพิบัติที่คาดไม่ถึงมาสู่สำนักจื่อเวยของเรา!
ทิ้งสมุนไพรทั้งหมดไว้ แล้วเราก็ไป”
ผู้อาวุโสสามมองเหล่าศิษย์สำนักจื่อเวยที่เริ่มมีสีหน้าโกรธเคือง รู้สึกกังวลใจ รีบส่งเสียงสื่อจิตกำชับ
“รีบทำหน่อย อย่ามัวเสียเวลาของเรา!”
ชายแซ่หวงเริ่มหมดความอดทน ตะคอกเสียงเข้ม
“หัวของพวกเจ้าคงจะเสียไปแล้วกระมัง
สมุนไพรที่พวกเราหามาได้ ทำไมต้องส่งให้พวกเจ้าด้วย”
เย่อวิ๋นเฟยจู่ ๆ ก็พูดยิ้มเย็น
“ซูเฟย อย่าไปก่อเรื่องกับพวกเขา!”
ผู้อาวุโสสามตกใจยิ่งนัก
“เจ้าน้อย เจ้าไม่ยอมจำนนงั้นหรือ?”
ชายทั้งสองคนอดที่จะตะลึงไม่ได้
พวกเขามองออกว่าคนเหล่านี้ต้องอยู่ในสำนักเล็ก ๆ ที่อ่อนแอมากแน่นอน สำนักอ่อนแอแบบนี้ คงได้ยินชื่อของสำนักศักดิ์สิทธิ์ชางเยียนแล้วก็ขาสั่นจนไม่กล้าขยับตัว
