หลังจากกล่าวขอบคุณทุกคนแล้ว ทุกคนก็เริ่มกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน
บรรยากาศครึกครื้นและอบอุ่นยิ่งนัก ครอบครัวลู่ไม่ได้มีช่วงเวลาเช่นนี้มานานแล้ว ทั้งพ่อแม่และลู่เสี่ยวจื่อต่างเผยรอยยิ้มแห่งความสุขจากใจออกมาโดยไม่รู้ตัว
หลังงานเลี้ยงฉลองจบลง ลู่หยางเพิ่งส่งแขกคนอื่น ๆ กลับไปได้ทีละคน หลี่เอ้อโกวก็พาหลิวอวี้หลานที่แก้มแดงระเรื่อ รูปร่างอวบอิ่มมีส่วนเว้าส่วนโค้ง และเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวน เดินเข้ามาหา
หลี่เอ้อโกวไม่อ้อมค้อม เขาลดเสียงลงกระซิบกับลู่หยางว่า “เสี่ยวหยาง ตอนนี้สมองของนายกลับมาเป็นปกติแล้ว คงนึกเรื่องเมื่อคืนออกแล้วสินะ!”
“แถมก่อนหน้านี้นายยังรับปากทุกคนในงานเลี้ยงฉลองด้วยว่า ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรก็ขอให้นายช่วยได้ นายจะไม่ปฏิเสธเด็ดขาด!”
“ในเมื่อเป็นอย่างนั้น คืนนี้นายก็ช่วยให้สุดฝีมือต่อเลย ฉันเองก็เชื่อมั่นในตัวนาย นายห้ามปฏิเสธหรือทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ เข้าใจไหม?”
พูดจบ หลี่เอ้อโกวก็ไม่เปิดโอกาสให้ลู่หยางปฏิเสธแม้แต่น้อย เขาจูงหลิวอวี้หลานจากไปอย่างรวดเร็วทันที
กลิ่นหอมละมุนชวนให้ชื่นใจคล้ายกลิ่นกล้วยไม้และชะมดที่เพิ่งแผ่ออกมาจากเรือนร่างอรชรของหลิวอวี้หลาน ทำให้สายตาของลู่หยางอดจับจ้องไปยังด้านหลังของเธอไม่ได้
และยังรวมถึงเรียวขายาวคู่นั้นของเธอด้วย…
ลู่หยางรู้ดีว่า ต่อให้หลังจากนี้ไม่อยากช่วยก็คงต้องช่วยต่อไป ไม่อย่างนั้นหลี่เอ้อโกวคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่
