เมื่อเห็นหญิงงามอวบอิ่มเดินเข้ามา คนแรกที่มีปฏิกิริยาคือเซียวหงเหยียน เธอบิดเอวบางก้าวฉับ ๆ เข้าไปต้อนรับ ก่อนยิ้มหวานพลางกล่าวว่า “พี่เฟิ่งหวง มาแล้วสินะ!”
หญิงงามอวบอิ่มผู้นี้ก็คือกู่เฟิ่งหวง พี่ใหญ่ที่เซียวหงเหยียนกับเฉิงเซวียนหยวนเรียกขานกัน
บังเอิญว่าเธอกำลังฝึกพิลาทิสอยู่แถวนี้ จึงปลีกเวลามาที่นี่
เฉิงเซวียนหยวนรีบเดินเข้าไปต้อนรับเช่นกัน แล้วทักทายว่า “พี่เฟิ่งหวง เชิญนั่งทางนี้ครับ!”
จากนั้นเซียวหงเหยียนก็พูดกับกู่เฟิ่งหวงตรง ๆ ว่า “พี่เฟิ่งหวง ฉันกับเฉิงเซวียนหยวนเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์หุ้นกันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกเราจะส่งสัญญาให้พี่ช่วยเก็บรักษา!”
“พอถึงเที่ยงและหมดเวลาเปิดร้านแล้ว ใครมียอดขายสูงกว่า สัญญาทั้งสองฉบับก็จะตกเป็นของคนนั้นทั้งหมด!”
กู่เฟิ่งหวงพอจะทราบสถานการณ์คร่าว ๆ จากทางโทรศัพท์แล้ว เมื่อเซียวหงเหยียนพูดเช่นนี้ เธอก็พยักหน้ากล่าวว่า “ไม่มีปัญหา เอาสัญญาทั้งสองฉบับมาให้ฉันเก็บไว้ได้เลย!”
“พวกคุณวางใจได้ การประลองพนันครั้งนี้มีฉันอยู่ด้วย ยุติธรรมแน่นอน ไม่มีใครกล้าเล่นแง่ต่อหน้าฉันหรอก!”
เซียวหงเหยียนกับเฉิงเซวียนหยวนจึงส่งสัญญาให้กู่เฟิ่งหวงเก็บรักษาอย่างวางใจ
เมื่อเห็นเช่นนี้ เซียวหงเหยียนก็โล่งใจ จากนั้นจึงกล่าวกับกู่เฟิ่งหวงว่า “พี่เฟิ่งหวง วันนี้หัวหน้าพ่อครัวของโรงแรมหลงถิงเราถูกเฉิงเซวียนหยวนใช้วิธีอะไรไม่รู้ แถมยังทุ่มเงินดึงตัวไปแล้ว!”
“แต่โรงแรมหลงถิงเรากลับเคราะห์ร้ายกลายเป็นดี ได้โอกาสใหม่มาแทน เพราะเราได้ผักวิเศษชนิดหนึ่งมา!”
