แต่งงานมาได้ 3 ปี เซี่ยหรานคิดมาตลอดว่าสามีของเธอ เยี่ยนจิงซวี่ เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก
เขามีรูปลักษณ์เย็นชา สุขุมเที่ยงตรง และรักทะนุถนอมเธอจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ จนกระทั่ง...เธอได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
“สวัสดีค่ะ ขอเรียนสายคุณนายเยี่ยนใช่ไหมคะ ที่นี่แผนกเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลซีหยวนค่ะ ตัวอ่อนจากการทำเด็กหลอดแก้วของคุณกับคุณเยี่ยนเพาะเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว วันนี้ตอนบ่ายสองโมงสามารถมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำการย้ายตัวอ่อนได้ค่ะ”
เด็กหลอดแก้วเหรอ?
ย้ายตัวอ่อนเหรอ?
เซี่ยหรานชะงักมือที่กำลังกินกรดโฟลิก ก่อนถามด้วยความสงสัย “ฉันไม่ได้ทำเด็กหลอดแก้วนี่คะ”
แม้เธอกำลังเตรียมตัวตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้จองคิวทำเด็กหลอดแก้วสักหน่อย
“คุณไม่ใช่ภรรยาของคุณเยี่ยนจิงซวี่ คุณเย่เสวี่ยอันหรือคะ?” ปลายสายถาม
เย่เสวี่ยอันเหรอ?
นั่นไม่ใช่ภรรยาของพี่ชายคนโตหรอกหรือ?
เซี่ยหรานรู้สึกว่าโทรศัพท์สายนี้เหลวไหลสิ้นดี
คงเป็นมิจฉาชีพอีกแล้วสินะ ถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภรรยาของเยี่ยนจิงซวี่เป็นใครก็โทรมาหลอกลวงแล้ว
เธอกำลังจะวางสาย แต่พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงชะงักแล้วถามว่า “สวัสดีค่ะ เมื่อกี้คุณบอกว่าเป็นการผ่าตัดย้ายตัวอ่อนใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ ย้ายตัวอ่อนที่ชั้น 2 ของโรงพยาบาลซีหยวนตอนบ่ายสองโมง กรุณานำทะเบียนสมรสกับบัตรประชาชนมาด้วยนะคะ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็เข้าห้องผ่าตัดไม่ได้ค่ะ”
แววตาของเซี่ยหรานพลันดับวูบ
เมื่อครู่ตอนเยี่ยนจิงซวี่ออกไป เขาย้ำกับเธอเป็นพิเศษว่าตอนบ่ายสองมีนัดพบลูกค้าคนสำคัญ...
ทำไมต้องเป็นตอนบ่ายสองเหมือนกันด้วย?
แล้วโรงพยาบาลซีหยวนก็เป็นโรงพยาบาลที่เธออยู่ตอนนี้ไม่ใช่หรือ?
ตอนเช้าแม่ของเธอเป็นลมที่โรงเรียน เยี่ยนจิงซวี่ส่งคนพาแม่มาโรงพยาบาล ทั้งยังกุมมือเธอปลอบอยู่นาน “หรานหราน ผมเป็นสามีของคุณ แม่ป่วย เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน...”
ตอนนั้นเธอยังคิดอยู่เลยว่าโชคดีที่ได้แต่งงานกับเยี่ยนจิงซวี่ ถึงช่วงหลายปีมานี้จะกินยาบำรุงเตรียมตั้งครรภ์จนตัวหนักถึง 140 ชั่ง แต่เยี่ยนจิงซวี่ก็ไม่เคยรังเกียจเธอ แถมยังลูบหัวเธอบ่อย ๆ แล้วบอกว่าภรรยาเหนื่อยแล้ว...
แต่ตอนนี้คนในสายกลับบอกว่าเยี่ยนจิงซวี่กับพี่สะใภ้ของเธอ เย่เสวี่ยอัน กำลังทำเด็กหลอดแก้วและย้ายตัวอ่อนอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้งั้นหรือ?
เซี่ยหรานคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้
เยี่ยนจิงซวี่ดีกับเธอขนาดนั้น จะมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นลับหลังเธอได้อย่างไร?
แต่ลางสังหรณ์กลับทำให้ใจเธอหวั่นไหวไม่เป็นสุข บางทีอาจเป็นเพราะเธอสัมผัสได้ว่าช่วงนี้เยี่ยนจิงซวี่เย็นชากับเธอขึ้นมาจริง ๆ
เซี่ยหรานฝืนทำสีหน้าให้สงบ กำชับผู้ดูแลให้ดูแลแม่ให้ดี ก่อนเดินออกจากห้องผู้ป่วยแล้วกดปุ่มลิฟต์
ต่อให้เป็นเรื่องโกหก เธอก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา
เธอเดินมาถึงเขตห้องผ่าตัดอย่างเลื่อนลอย กวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นเงาของเยี่ยนจิงซวี่
ดูท่าคงคิดมากไปเอง
เซี่ยหรานเพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงอ่อนโยนเรียกขึ้นว่า “จิงซวี่”
เป็นเสียงของเย่เสวี่ยอัน
ใบหน้าของเซี่ยหรานซีดเผือด เธอหันไปมองก็เห็นร่างผอมเพรียวของเย่เสวี่ยอันสวมชุดผู้ป่วยสีฟ้าขาว ในมือถือเอกสารแผ่นหนึ่ง
“จิงซวี่ นี่เป็นหนังสือยินยอมรับทราบการผ่าตัดย้ายตัวอ่อน คุณต้องเซ็นชื่อในช่องบิดานะ”
เยี่ยนจิงซวี่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล ร่างสูงเกือบ 190 เซนติเมตรสวมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทกับเนกไทลายสีทองเข้ม เสี้ยวหน้าคมคายมีมุมเหลี่ยมชัดเจน
เขามองเย่เสวี่ยอัน “ใกล้จะผ่าตัดแล้ว กลัวไหม?”
“กลัวค่ะ” ใบหน้าสวยของเย่เสวี่ยอันดูซีดเซียวและเปราะบาง ขนตาสั่นไหวเล็กน้อย “ฉันกลัวเจ็บ แล้วก็กลัวว่าย้ายตัวอ่อนแล้วจะไม่สำเร็จ”
เยี่ยนจิงซวี่กุมมือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบของเธอไว้ “ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”
รูม่านตาของเซี่ยหรานสั่นไหว
พวกเขากำลังทำการย้ายตัวอ่อนอยู่ที่นี่จริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ประโยคนี้เยี่ยนจิงซวี่ก็พูดกับเธอเมื่อเช้าเหมือนกัน แต่ตอนนี้เมื่อพูดกับพี่สะใภ้ตัวเอง แววตาของเขากลับอ่อนโยนและลึกซึ้งยิ่งกว่า
เธอไม่ได้เห็นแววตาแบบนี้บนใบหน้าของเยี่ยนจิงซวี่มานานแค่ไหนแล้วนะ?
ดูเหมือนตั้งแต่เธออ้วนขึ้นจนหนัก 140 ชั่ง สายตาที่เขามองเธอก็ไม่เปี่ยมรักอีกต่อไป หากเจือความเย็นชาอยู่หลายส่วน
น้ำตาพร่ามัวในดวงตาเซี่ยหราน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาเยี่ยนจิงซวี่
เยี่ยนจิงซวี่ที่อยู่ไกลออกไปเหลือบมองโทรศัพท์ สีหน้าดูรำคาญอยู่บ้าง แต่ก็ยังรับสาย
“ภรรยา มีอะไรหรือ?” แม้เยี่ยนจิงซวี่จะเรียกเธอว่าภรรยา แต่น้ำเสียงกลับเย็นชา
เซี่ยหรานเห็นความรังเกียจในแววตาของเขาอย่างชัดเจน
เธอข่มความรู้สึกแล้วถามว่า “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?”
“กำลังรับรองลูกค้า” ผู้ชายที่เคยบอกว่าเธอเป็นแสงจันทร์ขาวในใจ ตอนนี้กำลังโอบไหล่เย่เสวี่ยอันและปลอบเธออยู่
เย่เสวี่ยอันดูเหมือนจะซาบซึ้งใจ เธอยิ้มแล้วเอนศีรษะพิงไหล่เขา ก่อนพูดเสียงเบาอย่างใส่ใจ “จิงซวี่ ทะเบียนสมรสล่ะคะ คุณเอามาหรือเปล่า?”
“เอามา อยู่กับโจวซั่ว” เยี่ยนจิงซวี่ส่งสายตาบอกให้โจวซั่วหยิบทะเบียนสมรสออกมา
เซี่ยหรานเห็นกับตาว่าผู้ช่วยของเยี่ยนจิงซวี่หยิบทะเบียนสมรสออกมาสองเล่ม
ผู้ช่วยที่เรียกคุณนายดีนักหนา ตอนนี้กลับถือสมุดปกแดงสองเล่ม ยื่นให้เย่เสวี่ยอันอย่างนอบน้อม “คุณเย่ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เย่เสวี่ยอันรับมา
ขณะเดียวกัน เยี่ยนจิงซวี่ก็บอกเซี่ยหรานที่อยู่ปลายสายว่า “ตอนนี้ผมยุ่ง มีอะไรค่อยคุยกันคืนนี้”
เซี่ยหรานกำโทรศัพท์แน่น กำลังจะพูด แต่สายกลับถูกตัดไปเสียก่อน
หัวใจของเซี่ยหรานเจ็บราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
เธออยากเดินเข้าไปถามพวกเขาว่าเอาทะเบียนสมรสมาจากไหน?
คนที่มีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายกับเยี่ยนจิงซวี่ไม่ใช่เธอ เซี่ยหราน หรอกหรือ?
ไกลออกไป เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์พลิกดูทะเบียนสมรสทั้งสองเล่ม เมื่อยืนยันว่าไม่มีปัญหาแล้วก็ให้เยี่ยนจิงซวี่เซ็นชื่อ
เมื่อเห็นเยี่ยนจิงซวี่เซ็นชื่อลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ดวงตาของเซี่ยหรานก็ร้อนผ่าวขึ้นมา
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว...
ปากก็พร่ำบอกว่ารักเธอที่สุด ไม่รังเกียจที่เธออ้วนขึ้นและไม่มีงานทำ แต่ตอนนี้กลับกำลังทำเด็กหลอดแก้วกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ที่นี่
หัวใจของเซี่ยหรานเย็นเยียบถึงขีดสุด
แต่เธอยังรู้ดีถึงสิทธิในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย พวกเขาไม่ได้แต่งงานกัน แล้วทะเบียนสมรสจะมาจากไหน?
นี่มันทะเบียนสมรสปลอม!
เธอจะยอมให้สามีตัวเองเอาทะเบียนสมรสปลอมไปทำเด็กหลอดแก้วกับผู้หญิงคนอื่นได้อย่างไร?
เธอต้องไปถามให้รู้ว่าทะเบียนสมรสเล่มนี้มาจากไหน
ถ้าเป็นของปลอม เธอจะแจ้งตำรวจ
แต่ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ดวงตาของเซี่ยหรานแดงก่ำ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย น้ำเสียงแหบพร่า “ฮัลโหล”
“ขอเรียนสายคุณเซี่ยหราน ลูกสาวของคุณฉินฮุ่ยหนิงใช่ไหมคะ? ผลตรวจชิ้นเนื้อของคุณแม่ออกแล้วค่ะ เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้น...”
ข่าวนี้ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ ทำให้ร่างที่อ่อนแรงอยู่แล้วของเซี่ยหรานแทบทรุดฮวบลงไปอีก
ขนตาของเธอสั่นระริก น้ำเสียงตึงเครียด “คุณพูดว่าอะไรนะคะ? แม่ของฉันเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารเหรอ?”
“ใช่ค่ะ เป็นมะเร็งชนิดเซลล์วงแหวนตราประทับ กรุณามาโรงพยาบาลทันทีนะคะ เพื่อปรึกษาแพทย์เรื่องแนวทางการรักษาค่ะ”
ศีรษะของเซี่ยหรานอื้ออึงอยู่นาน เธอยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ในทางเดินยาวเหยียด
ข้างหน้า สามีของเธอกำลังจะมีลูกกับผู้หญิงคนอื่น
ข้างหลัง คืออาการป่วยของแม่...
เซี่ยหรานลังเลอยู่ 2 วินาที ก่อนข่มความขมขื่นหนักอึ้งในใจ แล้วเดินไปทางลิฟต์ทีละก้าวอย่างเลื่อนลอย
แม่ป่วยหนัก เธอไม่มีใจไปซักถามเยี่ยนจิงซวี่แล้ว
และถึงเยี่ยนจิงซวี่จะยอมรับแล้วจะเป็นอย่างไร? เรื่องนี้กลายเป็นความจริงไปแล้ว...
เซี่ยหรานกลับไปยังแผนกผู้ป่วยอย่างไร้ความรู้สึก
ฉินฮุ่ยหนิงกำลังโวยวายว่าจะออกจากโรงพยาบาล เธอสวมเสื้อคลุมพลางบอกว่าต้องรีบกลับไปสอนนักเรียน
เซี่ยหรานเพียงมองแม่ ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นมา
แม่เป็นครู อุทิศทั้งชีวิตให้กับงานด้านการศึกษา แม้จะป่วยก็ยังอยากกลับไปสอนนักเรียนในห้องเรียนให้เร็วที่สุด
หัวใจของเซี่ยหรานขมขื่นอย่างยิ่ง เธอเดินเข้าไปจับมือแม่ไว้ “แม่คะ แม่ป่วยอยู่ ตอนนี้ต้องให้ความร่วมมือกับการรักษาของหมออย่างเต็มที่ ออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ค่ะ”
ผมบริเวณขมับทั้งสองข้างของฉินฮุ่ยหนิงขาวโพลนแล้ว เธอมองลูกสาว “ยังมีการบ้านอีกตั้งเยอะที่ยังตรวจไม่เสร็จ แม่จะอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
