จางจวินเดินไปหยุดตรงหน้าหลิวชิงเสวี่ย แล้วจับมือที่เย็นนิด ๆ และยังสั่นเบา ๆ ของเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติ
“ไปกันเถอะ ฉันไปส่งเธอ”
เขาพูดเสียงเบา น้ำเสียงสงบนิ่ง ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาเลย
พวงแก้มของหลิวชิงเสวี่ยแดงระเรื่อ ทว่าเธอไม่ได้ชักมือกลับ ปล่อยให้เขาจูงเดินผ่านฝูงชนที่ยังตกตะลึงจนพูดไม่ออก มุ่งหน้าไปยังอีกฟากของถนนของเก่าอย่างช้า ๆ
จนกระทั่งเลี้ยวพ้นหัวมุม เสียงอึกทึกถูกทิ้งไว้ข้างหลัง รอบตัวเงียบสงบลง หลิวชิงเสวี่ยหันมองเขา ดวงตาหงส์คู่งามฉายแววห่วงใย หวาดหวั่น สงสัย และยังมีความ…เจ็บปวดใจที่ซ่อนอยู่เล็กน้อย ปะปนกัน
“นาย...” เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม “เมื่อกี้ทำไมไม่สู้กลับล่ะ? ไม่อย่างนั้นก็คงไม่บาดเจ็บหรอก”
“คำสั่งสอนของบรรพบุรุษฝ่าฝืนไม่ได้ วิชานี้...ถ้าไม่ถึงคราวคับขันจริง ๆ ห้ามใช้พร่ำเพรื่อ เพราะพอลงมือแล้วก็ต้องมีคนตายหรือพิการ ถ้าเกิดมีคนตายขึ้นมาก็เป็นเรื่องใหญ่แน่”
จางจวินพูดกลบเกลื่อนอย่างจริงจัง
“งั้นไปโรงพยาบาลกันไหม? นายเจ็บไม่น้อยเลยนะ”
หลิวชิงเสวี่ยมองบาดแผลบนใบหน้าเขา รวมถึงท่าทางเดินที่ดูผิดปกติเล็กน้อย ก่อนแนะนำด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก” จางจวินส่ายหน้า “เอายานวดที่บ้านมานวดหน่อยก็หายเร็วแล้ว”
เมื่อผสานประสบการณ์ต่อสู้ของหลี่ซูเหวินเข้ากับตัว เขาก็เข้าใจสภาพร่างกายของตัวเองเป็นอย่างดี
บาดแผลที่ได้รับเป็นแค่แผลภายนอก ไม่ได้ร้ายแรงอะไร
อีกอย่าง มวยแปดสุดยอดมีวิธีนวดรักษาอาการฟกช้ำและเคล็ดขัดยอก รวมถึงวิชานำพลังลมปราณเฉพาะตัว เขารู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะฟื้นตัวได้เร็ว
