บทที่ 31 ผู้คุมตัวน้อย น่าสงสารจังเลย
โยวเลี่ยรอจังหวะนี้อยู่แล้ว เขาถีบขาหลังออก ร่างหมาป่ามหึมาพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศ ความเร็วกับขนาดตัวช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พลังระเบิดของผู้มีพลังระดับ SS แสดงออกมาอย่างเต็มที่ในจังหวะถีบนี้
เขาหลบจะงอยปากของชื่อเหิงที่พุ่งเข้าจู่โจมตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ ก่อนเบี่ยงตัวกระแทกเข้าใต้โคนปีกของอีกฝ่าย ใช้สะบักกระแทกกระดูกอกของวิหคชาดอย่างแรง
ชื่อเหิงรู้สึกถึงแรงมหาศาลที่พุ่งมาจากด้านล่าง ร่างนกทั้งร่างถูกกระแทกจนหงายไปข้างหลัง ปีกกระพืออยู่หลายครั้งกว่าจะรักษาสมดุลไว้ได้
เขาอาศัยจังหวะนั้นกระพือปีกบินขึ้นไปกลางอากาศ ทิ้งระยะห่าง ดวงตาสีแดงชาดก้มมองลงมา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้ เขาเห็นโยวเลี่ยออกท่าเมื่อครู่ชัด ๆ แต่ความเร็วและพละกำลังระดับ SS เหนือกว่าระดับ S+ ไปคนละขั้น ดวงตาของเขาตามทัน ทว่าร่างกายกลับตามไม่ทัน
โยวเลี่ยไม่เปิดโอกาสให้เขาพักหายใจ กระโจนขึ้นไปอีกครั้ง คราวนี้สูงกว่าเดิม ไล่ตามชื่อเหิงที่บินวนอยู่กลางอากาศ ชื่อเหิงรีบบินเบี่ยงหลบ ปลายปีกเฉียดขนหางของโยวเลี่ยไปเพียงนิดเดียว
เขาฉวยโอกาสดิ่งลงมา หมายจะคว้าหลังของโยวเลี่ย แต่โยวเลี่ยกลับหมุนตัวกลางอากาศ ใช้อุ้งเท้าหน้าตวัดฟาดเข้าที่โคนปีกของชื่อเหิงอย่างจัง
ชื่อเหิงถูกฟาดจนพลิกคว่ำกลางอากาศหลายตลบ ขนสีแดงชาดร่วงกราวลงเต็มพื้น เขาบินโซเซขึ้นไปสูงกว่าเดิม พอทิ้งระยะห่างจนปลอดภัยแล้วจึงค่อยทรงตัวได้
สู้ไม่ไหวเลย พลังระดับ SS กดข่มเขาหนักหนากว่าที่คิด ทั้งความเร็ว พละกำลัง ปฏิกิริยาตอบสนอง และแรงกดดันจากสนามพลังจิต ทุกด้านล้วนถูกบดขยี้หมด
เมื่อก่อนเขาสู้กับผู้มีพลังระดับ S ก็ยังพอฟัดพอเหวี่ยง แต่ตอนนี้สู้กับระดับ SS กลับถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียว ชื่อเหิงจึงไม่ลงไปอีก เอาแต่บินวนอยู่บนฟ้าและก้มมองหมาป่าตัวใหญ่ขนสีเงินเทาในลานบ้านเป็นพัก ๆ บนใบหน้านกฉายชัดถึงความไม่ยินยอม
เย่ถังยืนอยู่ในลาน มองสภาพเละเทะหลังนกกับหมาป่าต่อสู้กัน ขนสีแดงชาดและขนหมาป่าสีเงินเท้าปลิวว่อนเต็มไปหมด แปลงผักเล็ก ๆ ถูกเหยียบจนเป็นหลุม ต้นกระเทียมสามต้นล้มไปสองต้น
