บทที่ 67 หมาป่าเจ้าเล่ห์ไปได้ก็ดีแล้ว
จิ่งเหยานั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานในสำนักงานกองทัพที่สาม ตรงหน้ามีสารอาหารสีน้ำตาลเข้มวางอยู่หนึ่งขวด
บนตัวขวดพิมพ์คำว่า “ผลิตพิเศษสำหรับระดับ S” บรรจุภัณฑ์ประณีตกว่าสารอาหารทุกชนิดที่เขาเคยกินมา แต่ทันทีที่บิดฝา กลิ่นที่ลอยออกมากลับทำให้เขาหลับตาลง มันเหมือนแป้งเปียกไม่มีผิด
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ บีบจมูก แล้วเงยหน้ากรอกลงคอ สัมผัสของสารอาหารที่ไหลผ่านลำคอทำให้คิ้วขมวดจนมุ่นเป็นปม เอกสารงานทหารที่กองอยู่ข้าง ๆ เขาใช้เวลาตรวจและลงนามมาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็อาศัยสารอาหารขวดนี้ประทังชีวิต
จากประหยัดไปฟุ่มเฟือยนั้นง่าย แต่จากฟุ่มเฟือยกลับมาประหยัดนั้นยาก
ตอนอยู่เรือนจำหมายเลขศูนย์ เขาได้กินซี่โครงแกะย่างที่เย่ถังทำเอง ไก่ย่างเคลือบน้ำผึ้ง หมูพะโล้ เสี่ยวหลงเปา และแกะย่างทั้งตัวมานานกว่าหนึ่งเดือน แต่ละวันมีเมนูไม่ซ้ำกัน ตอนนี้กลับมาต้องแทะสารอาหารอีกครั้ง ช่างไม่ต่างจากการทรมาน
เขาหลับตาพิงพนักเก้าอี้ ภาพเย่ถังเข็นรถอาหารเข้ามาในเขตสังเกตการณ์ พร้อมยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าแมวยักษ์ ได้เวลากินข้าวแล้ว” ผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
ประตูสำนักงานถูกผลักเปิด โยวหมิงถือเอกสารเดินเข้ามา แวบเดียวก็เห็นสารอาหารตรงหน้าจิ่งเหยาที่เหลืออยู่ครึ่งขวด
พี่ชายแท้ ๆ ของโยวเลี่ยคนนี้มีผมสีเงินอมเทาและดวงตาสีเทาอมฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าหมาป่าสีเทา ทว่าดวงตาคู่นั้นเมื่ออยู่บนใบหน้าของโยวหมิงกลับมีแววคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ชวนให้ยากจะคาดเดาความคิด
เขาเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงาน มองสารอาหารที่ถูกเมินอย่างรังเกียจ ก่อนจะมองจอมพลพยัคฆ์ขาวที่เอนแผ่หมดอาลัยตายอยากอยู่บนเก้าอี้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหมือนได้ชมเรื่องสนุก
“ท่านจอมพล เบื่ออาหารหรือกำลังลดน้ำหนักอยู่ครับ?” โยวหมิงเขย่าเอกสารในมือ “รบกวนเซ็นแผนผังการตั้งรับเขตเหนือด้วยครับ”
จิ่งเหยานั่งตัวตรง รับเอกสารมาแต่ยังไม่รีบอ่าน เขามองใบหน้าของโยวหมิง ทั้งผมสีเงินอมเทาและดวงตาสีเทาอมฟ้า ดูคล้ายโยวเลี่ยอยู่บ้าง แต่บุคลิกกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง
