บทที่ 60 เสือโคร่งตัวผู้ก็ต้องให้เสือโคร่งตัวเมียมาปราบ
หลังส่งหานโจวกลับไป ลู่อวี่คิดว่าตัวเองคงได้ผ่อนหายใจสักหน่อย แต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่าเขาคิดเร็วเกินไป
เอกสารราชการจากกองทัพหลั่งไหลเข้าไปในสมองกลของเขาราวกับเกล็ดหิมะ อย่างน้อยวันละสามฉบับ และถ้อยคำในแต่ละฉบับก็เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ
ตั้งแต่ “โปรดรายงานความคืบหน้าล่าสุดในการพักฟื้นของจอมพลจิ่งเหยา” ไปจนถึง “ผู้บัญชาการหานโจวกลับมาปฏิบัติหน้าที่ทางทหารได้เต็มรูปแบบแล้ว เหตุใดจอมพลที่ถูกคุมขังในช่วงเวลาเดียวกันจึงยังไม่เห็นผลการฟื้นตัว” และฉบับเมื่อวานที่ระบุว่า “กองทัพจะส่งคณะผู้ตรวจสอบเข้าประจำเรือนจำหมายเลขศูนย์ในอีกสามวัน เพื่อประเมินสภาพจิตใจของจอมพล ณ สถานที่จริง”
ลู่อวี่อ่านจดหมายฉบับสุดท้ายจบก็ปิดหน้าจอสมองกล เอนหลังพิงเก้าอี้แล้วหลับตาพักอยู่นานถึง 10 นาที
เขารู้ดีกว่าใครว่าทำไมค่าการพังทลายของจิ่งเหยาถึง “ยังไม่เห็นผล” ท่านจอมพลผู้นั้นจงใจชัด ๆ ตอนหานโจวยังอยู่ ทั้งคู่ยังแข่งกันแสดงละคร ควบคุมค่าการพังทลายให้อยู่ที่ 74 พร้อมกัน แสดงได้แนบเนียนราวกับเรื่องจริง
พอหานโจวจากไป จิ่งเหยาก็คร้านจะแสดงต่อเสียแล้ว เขากดค่าตัวเลขไว้ต่ำกว่าเกณฑ์ปล่อยตัวอย่างไม่แยแส ทุกวันก็อยู่ในเขตสังเกตการณ์ กินก็กิน นอนก็นอน เย่ถังเอาอะไรมาให้ก็กินอย่างนั้น อารมณ์ดีหน่อยก็แปลงเป็นร่างมนุษย์นั่งอ่านหนังสือสักพัก ใช้ชีวิตสบายกว่าอยู่ในกองทัพเป็นร้อยเท่า
ฝ่ายหนึ่งคือกองทัพที่กำหนดเส้นตายให้เขาส่งตัวคน อีกฝ่ายคือจิ่งเหยาที่นอนแช่อยู่ในเรือนจำไม่ขยับเขยื้อน
ลู่อวี่พบว่าตัวเองติดอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบคลาสสิก กองทัพก็ล่วงเกินไม่ได้ จิ่งเหยายิ่งล่วงเกินไม่ได้เข้าไปใหญ่ เขาทำได้เพียงกัดฟันไปยืนหน้าทางเข้าเขตสังเกตการณ์หมายเลขหนึ่งทุกวัน หวังใช้ความพยายามไม่ย่อท้อเปลี่ยนใจท่านจอมพลผู้ไม่รับฟังเหตุผลผู้นี้
