บทที่ 71 ตีวิหคอย่างถูกกฎหมาย
“พ่อครับ นี่...พูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนนอกแบบนี้...” ชื่อเหยียนหน้าแดงก่ำ สายตาหลุบเลี่ยงพลางเหลือบมองเย่ถัง เขาถูกพ่อซักเรื่องความรักต่อหน้าลูกชายและคนรุ่นหลังที่ไม่คุ้นหน้า ต่อให้เป็นคนอารมณ์ดีแค่ไหนก็ยังอดกระอักกระอ่วนไม่ได้
“แกนั่นแหละคนนอก!” ชื่อสงฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะหิน ฝาถ้วยชาสะเทือนจนกระดอนกริ๊ง ๆ น้ำชากระฉอกเปรอะโต๊ะ ชื่อเหิงตกใจจนปีกผุดออกมาครึ่งหนึ่ง
“เสี่ยวถังเป็นหลานสะใภ้ของฉัน! แกเป็นพ่อแท้ ๆ ยังไม่ใส่ใจลูกชายก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่กลับมาพูดต่อหน้าฉันว่าหลานสะใภ้ฉันเป็นคนนอกงั้นเหรอ?”
ชายชราเดือดดาลจนไฟแทบลุก ถ้าชื่อเหยียนไม่ใช่ลูกแท้ ๆ เขาคงสงสัยไปแล้วว่าตอนนั้นอุ้มไข่มาผิดฟองหรือเปล่า เผ่าจูเชวี่ยเลือกเพศเมียโดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว—จริงใจ ขอแค่เป็นคนดีมีคุณธรรมก็พอ
ชาติตระกูลหรือสายเลือดล้วนเป็นเรื่องรอง แต่เพศเมียอย่างไป๋เจียนเจียที่ดูแคลนแม้กระทั่งสายเลือดนกยูงในตัวเอง อยากเปลี่ยนเลือดทั้งร่างให้กลายเป็นเลือดสัตว์เทพเสียให้ได้ เขามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คู่ครองที่ดี ทว่าลูกชายโง่ ๆ คนนี้กลับหลงจนหัวปักหัวปำ แค่เธอกระดิกนิ้วเรียกก็รีบเอาตัวเข้าไปประเคนให้ถึงที่
“พ่อครับ ผม...ผมรักเจียนเจียอย่างบริสุทธิ์ใจ สวรรค์เป็นพยานได้ ผมไม่เคยทำเรื่องที่ผิดต่อเธอเลย...” น้ำเสียงของชื่อเหยียนเจือความน้อยใจและดื้อรั้นอยู่หลายส่วน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดว่านั่นคือการต่อต้านที่กล้าหาญที่สุดในชีวิต ยอมขัดคำสั่งพ่อเพื่อความรัก ช่างเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เสียจริง
“นั่นใช่ประเด็นไหม?! หา!” ไฟโทสะที่เพิ่งมอดลงของชื่อสงพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ยังกล้าเอ่ยถึงไป๋เจียนเจียอีก เขากำขอบโต๊ะจนข้อนิ้วซีดขาว
ประเด็นอยู่ที่แกนอกใจหรือเปล่างั้นเหรอ? ประเด็นคือไป๋เจียนเจียเป็นแม่แท้ ๆ ของชื่อเหิงหรือไม่ต่างหาก! ประเด็นคือแม่แท้ ๆ ของชื่อเหิงเป็นใครกันแน่! เจ้าทึ่มนี่ฟังมาตั้งนาน ในหัวยังมีแต่คำว่า “ผมรักเจียนเจียอย่างบริสุทธิ์ใจ สวรรค์เป็นพยานได้” พยานกับผีน่ะสิ!
