ตอนที่ 62 ฤดูหนาวนี้ เสี่ยวอวี้จ่างคงกอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแน่
เรือนจำหมายเลขศูนย์ว่างเปล่าแล้ว ลู่อวี่ยืนอยู่ในห้องสังเกตการณ์ส่วนกลาง เบื้องหน้าคือจอภาพสามมิติที่เส้นกราฟติดตามทั้งห้าเส้นลดลงจนเป็นศูนย์ ประตูนิรภัยของเขตสังเกตการณ์ทั้งห้าเปิดอ้าออกพร้อมกัน ในทางเดินมีเพียงเสียงทีมงานปรับปรุงที่กำลังเคาะและทุบโน่นนี่
นับตั้งแต่ก่อตั้งเรือนจำหมายเลขศูนย์ นี่เป็นครั้งแรกที่ไม่มีผู้ต้องขังเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว ลู่อวี่ขยับแว่นกรอบทอง แล้วอนุมัติวันลาพักร้อนแบบได้รับค่าจ้างให้เย่ถังผ่านสมองกล
นาน ๆ ทีเย่ถังจะได้นอนตื่นสายจนแดดโด่ง พอตื่นขึ้นมาก็เดินไปทางห้องครัวตามความเคยชิน แต่เดินไปได้ครึ่งทางถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ไม่ต้องทำอาหาร เธอเอนตัวพิงโซฟาแล้วส่งจิตเข้าไปในมิติ ตั้งใจจะตรวจดูของที่เก็บไว้สักหน่อย ทว่าเพิ่งเข้าไปก็ชะงักงัน
แปลงวิญญาณขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว แปลงผักที่จัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วแผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ ดินใหม่ที่เพิ่งเกิดนุ่มชื้น ร่องแปลงแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างเป็นระเบียบ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นช่วยจัดการทุกอย่างไว้ให้ ข้างบ่อน้ำโบราณมีต้นไม้เพิ่มขึ้นมาต้นหนึ่งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
เย่ถังเดินวนรอบต้นไม้อยู่หลายรอบก็ยังจำแนกไม่ได้ว่าเป็นต้นอะไร
ลำต้นตั้งตรงสูงสง่า เปลือกเรียบลื่นเปล่งประกายประหลาดระหว่างสีเงินกับสีม่วงอ่อน กิ่งใบดกครึ้มแต่ไม่รก ใบแต่ละใบดูราวกับได้รับการตัดแต่งอย่างประณีต ในเส้นใบมีแสงวูบไหวไหลเวียนอย่างเชื่องช้า กิ่งก้านประดับดอกตูมเขียวอ่อนอยู่หลายดอก ดูท่าจะออกผลได้
เธอเงยหน้าจ้องดอกตูมเหล่านั้นอยู่นาน ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นต้นอะไร ทั้งไม่กล้าเด็ดส่งเดช จึงตัดสินใจเลี้ยงดูไปก่อน
ข้างซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่มีอาคารหลังใหม่เพิ่มขึ้นมา จะเรียกว่าอาคารก็ไม่เชิง ดูคล้ายตู้โชว์ใสที่ฝังอยู่ตรงขอบมิติ บนตู้แขวนป้ายไม้เรียบง่าย เขียนไว้ว่า “ร้านขายไอเทม”
