เจียงอี่หนิงขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปากไล่ทั้งสองคนออกไป
ฟู่หวยเยี่ยนก็พาฟู่เจียอวี่เดินเข้ามาแล้ว
“ลูกงอแงหนักมาก ผมไม่ได้นอนหลับดี ๆ มาหลายวันแล้ว”
“คืนนี้ให้เขานอนที่นี่ไปก่อน”
ฟู่หวยเยี่ยนดันฟู่เจียอวี่ไปทางข้างเตียง
เขาเหลือบมองโซฟาตัวเล็กจนน่าสงสารในห้องรับรอง แล้วเสริมขึ้นมาอย่างเรียบเฉย
“ผมนอนโซฟา”
การยอมถอยของเขาไม่ได้ทำให้สีหน้าของเจียงอี่หนิงผ่อนคลายลง
เจียงอี่หนิงยังคงพิงหัวเตียงไม่ขยับ สีหน้าเย็นชาเหมือนมีน้ำค้างแข็งเกาะ
ฟู่หวยเยี่ยนเห็นเธอเป็นพี่เลี้ยงเด็กจริง ๆ สินะ!
ฟู่เจียอวี่ไม่เข้าใจบรรยากาศระหว่างผู้ใหญ่
เขาปีนขึ้นเตียงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จับนิ้วมือของเจียงอี่หนิงแล้วเขย่าเบา ๆ
“แม่ครับ ทำไมพ่อขึ้นเตียงไม่ได้ล่ะครับ?”
เจียงอี่หนิงกำลังจะพูด แต่แววตากลับหม่นลงอีกหลายส่วน
สายตาของเธอมองข้ามศีรษะลูกชายไป เห็นเงาที่วูบผ่านพื้นตรงทางเดิน
ถึงกับตามมาถึงห้องรับรองแล้วยังไม่เลิกวุ่นวายอีก
คนพวกนี้ไม่ต้องนอนกันหรือไง?
เจียงอี่หนิงรู้ว่าต่อให้เสียเวลาไปอีกก็ไม่มีประโยชน์
พรุ่งนี้เธอยังต้องไปทำงาน ไม่มีเวลามาทะเลาะกับพวกเขา
เจียงอี่หนิงหลุบตาลง ข่มความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ
“ถ้าจะนอนก็นอนเงียบ ๆ ห้ามพูด”
ฟู่เจียอวี่ขานรับ แล้วนอนลงบนเตียงอีกด้านอย่างว่าง่าย ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคาง
แต่เงียบได้ไม่ทันไร ดวงตาเล็ก ๆ ก็กลอกไปมา ก่อนจะอดถามอีกครั้งไม่ได้
“แม่ครับ ให้พ่อขึ้นมานอนไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”
เจียงอี่หนิงพลิกตัวอย่างรำคาญ
“ถ้ายังส่งเสียงอีกก็ออกไปนอนข้างนอกให้หมด”
ฟู่เจียอวี่ปิดปากทันที
