ฟู่หวยเยี่ยนดักร่างเจียงอี่หนิงไว้ระหว่างผนังกับร่างเขา
ระหว่างรัวดิ้นรน ชุดนอนในมือของเจียงอี่หนิงก็หลุดร่วงลงพื้น
เธอเงยหน้าขึ้น สบตาดำเยือกเย็นของฟู่หวยเยี่ยนเต็มเปา
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตแต่งงานเจ็ดปีที่เจียงอี่หนิงได้เห็นอารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านออกมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
ใจของเธออดไม่ได้ที่จะเยือกเย็น
ปีแรกที่เธอแต่งเข้าตระกูลฟู่ เธอไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว
พวกคนรับใช้ในบ้านต่างก็ดูถูกดูแคลน
นอกจากจะให้ข้าวเธอกินแล้ว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรให้
ตอนนั้นแม่ของเธอป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล
เธอไม่มีเงินแม้แต่จะนั่งรถเมล์ไปโรงพยาบาล
จนใจไม่มีทางเลือก เธอทำได้แค่รวบรวมความกล้าไปหาฟู่หวยเยี่ยน ขอหยิบยืมเงินหนึ่งร้อยหยวน
ตอนนั้นฟู่หวยเยี่ยนทำหน้าเบื่อหน่ายเหลือล้น นึกว่าเธอจะขอเงินหนึ่งล้าน จึงยื่นบัตรดำให้เธอมาหนึ่งใบ
ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ตีตราให้กับเธอ
เชื่อว่าทุกการกระทำของเธอล้วนมีเบื้องหลัง คือการเรียกร้องผลประโยชน์
เมื่อเห็นเจียงอี่หนิ่งเงียบไม่พูดจา แววตาของฟู่หวยเยี่ยนก็ยิ่งดำมืดลงกว่าเดิม
"ดาดฟ้าของตึกสำนักงานฟู่ฮุ่ยกลางเมืองให้เธอ พรุ่งนี้ฉินอี้จะเอากุญแจมาให้"
"เรื่องวันนี้ ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง"
เจียงอี่หนิงกระตุกยิ้มที่มุมปาก ในใจมีแต่ความชาชิน
เขากลับรู้ความเคลื่อนไหวของเธอเป็นอย่างดีเสียด้วย
ช่วงนี้เธอกำลังมองหาทำเลเพื่อขยายคลินิกส่วนตัวของเธอจริง ๆ
แต่เจียงอี่หนิงคงไม่คิดเข้าข้างตัวเองให้มากความ
คนตระกูลฟู่ไม่เคยไว้ใจเธอ การเคลื่อนไหวของเธอถูกพวกเขาจับตามองก็เป็นเรื่องปกติ
เจียงอี่หนิงขี้เกียจพูดมาก ดึงมือกลับแล้วผลักฟู่หวยเยี่ยนออกไป
"ฟู่หวยเยี่ยน ฉันจะหย่า"
"ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลฟู่ ฉันจะไม่เอาสักแดงเดียว ลูกชายก็ยกให้เธอ"
ฟู่หวยเยี่ยนแสยะยิ้มอย่างเหยียดหยัน ในแววตาเต็มไปด้วยความรำคาญ
"อย่าให้เกินสามครั้ง เจียงอี่หนิง พอสักทีเถอะ"
ในสายตาของเขา เธอเป็นคนไร้เหตุผลเสมอ
ใช้การหย่าเพื่อรีดไถผลประโยชน์
ก็เหมือนกับงานศพของแม่ในตอนนั้น ที่ฟู่หวยเยี่ยนคิดว่าเธอใช้การหย่ามาข่มขู่ เขาถึงยอมส่งคนไปจัดการให้
น่าขำที่สุด
ตอนนั้นเธอโง่ คิดว่าอยู่ไปนาน ๆ ก็จะเกิดความรัก ละลายภูเขาน้ำแข็งอย่างฟู่หวยเยี่ยนได้
แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว
เจียงอี่หนิงขี้เกียจแก้ตัว
"ฟู่หวยเยี่ยน ฉันไม่ได้กำลังปรึกษาเธอนะ"
"คุณยายสุขภาพไม่ดี ฉันยอมแยกบ้านอยู่ก่อน ปิดเธอไว้สักพักก็ได้"
"หรือไม่ก็ไปจดทะเบียนหย่าให้เสร็จ รอให้คุณยายอาการดีขึ้นค่อยเปิดเผย"
"จะเอายังไง เธอก็เลือกเอาเอง"
พูดจบ เธอก็ก้มลงเก็บชุดนอนบนพื้นแล้วหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ
ฟู่หวยเยี่ยนเม้มริมฝีปากบางแน่น ความกดอากาศรอบตัวต่ำจนน่ากลัว อารมณ์คลุมเครือยากจะคาดเดา
ตอนที่เจียงอี่หนิงอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ บาดแผลที่แผ่นหลังของฟู่หวยเยี่ยนก็ถูกทำแผลเรียบร้อยแล้ว
ต้องยอมรับว่าร่างกายของเขาแข็งแรงดีมาก โดนไปสามหวายังสามารถนั่งอยู่ริมเตียงได้อย่างสงบ
เพียงแต่ตอนที่เห็นหน้าจอมือถือของเขา ระหว่างที่เจียงอี่หนิงกำลังเช็ดผมอยู่ก็ชะงักมือ
"ฟู่หวยเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาเปิดข้อความเสียงของเธอฟัง
เจียงอี่หนิงนิ่งไปวินาทีหนึ่ง จากนั้นก็ทำตัวตามสบายไปนั่งเป่าผมหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
วินาทีต่อมา ฟู่หวยเยี่ยนลุกขึ้นเดินมาหยุดข้างหลังเธอ
ดวงตาเยียบเย็นจับจ้องเธอผ่านกระจกเงา
แรงกดดันมหาศาลปกคลุมเธอในทันที
"เจียงอี่หนิง อย่าใช้วิธีต่ำ ๆ แบบนี้อีก"
เจียงอี่หนิงหัวเราะเบา ๆ มองเงาตัวเองในกระจก มือก็ยังไม่หยุด
"ข่าวเรื่องหย่า ก็ให้เธอตอบกลับเองนั่นแหละ"
ฟู่หวยเยี่ยนหลุบสายตาลง ความเยือกเย็นในแววตาพวยพุ่ง
"เวลาเจ็ดปี ฉันนึกว่าวิธีของเธอจะฉลาดขึ้นบ้าง"
เขาเบือนสายตาหนี คำพูดบ่งบอกถึงการข่มขู่
"การหย่าของตระกูลฟู่ต้องประกาศต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งตระกูล และต้องได้รับความยินยอมมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ถึงจะมีผล"
"ตอนแต่งงานฉันรับปากไว้แล้ว ฉันจะไม่หย่า"
"เรื่องหยุมหยิมเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ แต่คุณยายสุขภาพไม่ดี"
"เธอยังกล้าใช้การหย่าไปกระตุ้นท่านอีกก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ"
เขาหยุดไปนิดหนึ่งแล้วหรี่ตาลง
"เธอคงรู้ดีว่าตระกูลฟู่มีแต่แม่หม้าย ไม่มีการหย่าร้าง!"
ความหนาวเย็นเสียดแทงแผ่ซ่านไปทั่วตัวของเจียงอี่หนิง
เธอปิดไดร์เป่าผม หันหน้ามาสบตากับเขา
"ข้อความที่เธอตอบกลับเอง ก็เอาไปแสดงต่อหน้าผู้ใหญ่ได้แล้ว"
"ฉันว่า เปอร์เซ็นต์คนที่อยากให้ฉันไสหัวไป คงร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มล่ะมั้ง"
เธอยักคิ้วให้เขาอย่างดูแคลน แล้วเดินสวนออกไป
"ในดิกชันนารีของฉัน มีทั้งหย่าและแม่หม้าย"
"ถ้าเธอไม่อยากหย่า ก็ไปตายซะ"
สีหน้าของฟู่หวยเยี่ยนไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
มีเพียงแววตาสีดำสนิทคู่นั้นที่แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนั้นเอง มือถือของฟู่หวยเยี่ยนก็ดังขึ้น
เจียงอี่หนิงเหลือบตามองโดยไม่รู้ตัว เป็นเสิ่นเมี่ยวอิน
ฟู่หวยเยี่ยนหยิบมือถือเดินไปรับที่ริมหน้าต่าง
เจียงอี่หนิงไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นโทรศัพท์ระหว่างสามีของเธอกับชู้รัก
ถึงแม้จะหย่ากันแล้ว ฟู่หวยเยี่ยนก็ยังเป็นสามีของเธอในนาม
ตอนนี้เขาช่างไร้ยางอายเสียจริง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมาพูดจาสวยหรูว่าไม่อยากหย่า
จะให้เสิ่นเมี่ยวอินเป็นชู้หรือไง?
หรือจะให้เธอซึ่งเป็นภรรยาหลวงไร้ศักดิ์ศรี?
น่าขยะแขยง
เพียงไม่กี่นาที ฟู่หวยเยี่ยนก็วางสาย
แล้วก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกจากบ้านไปทันที
ตลอดเวลา เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอสักนิด
และไม่มีคำอธิบายใด ๆ
ไม่ผิดไปจากที่คาดไว้เลย
เจียงอี่หนิงนอนลงบนเตียงแล้วปิดไฟ
เมื่อก่อนเธอคิดมาตลอดว่าฟู่หวยเยี่ยนเป็นคนเย็นชาโดยธรรมชาติ
คนเป็นสามีภรรยากันก็ต้องให้อภัยกันและกัน
เพราะอย่างไรเขาก็ไม่เคยทำเรื่องเกินเลยอะไร
มาดูตอนนี้สิ เธอมันโง่มาก
ใคร ๆ ก็รู้ว่ารักแรกในใจของฟู่หวยเยี่ยนคือใคร มีเพียงเธอเท่านั้นที่ถูกหลอก
ดีที่ในที่สุดเธอก็ตื่นรู้อย่างสิ้นเชิง ถอนตัวออกมาได้ทันท่วงที
เจียงอี่หนิงไม่ปล่อยให้อารมณ์มารบกวน ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
ตอนที่กำลังเคลิ้ม ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ฟู่เจียอวี่กอดหมอนใบน้อยผลักประตูเข้ามา ใบหน้าเหี่ยวย่น
"แม่ครับ คืนนี้ผมนอนกับแม่นะ"
เจียงอี่หนิงเหลือบมองก็เห็นแม่บ้านจางที่เป็นพ่อบ้านยืนอยู่ที่หน้าประตู
เมื่อก่อนตอนที่เธอถูกทำร้ายจิตใจ คุณย่าก็จะใช้วิธีนี้ให้ลูกชายมาขอคืนดีกับเธอ
และเธอก็ใจอ่อนครั้งแล้วครั้งเล่า พลาดโอกาสไปหลายครั้ง
น่าเสียดายที่ครั้งนี้คุณย่าประเมินความมุ่งมั่นในการหย่าของเธอต่ำไป
ตั้งแต่ลูกชายจำความได้ ก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับเธอเท่าไหร่
เจียงอี่หนิงเคยคิดว่าตัวเองเข้มงวดเกินไปหรือเปล่า
หรือว่าลูกได้รับพันธุกรรมความเย็นชามาจากฟู่หวยเยี่ยน
ต่อมาเมื่อเธอได้ยินลูกชายเอาแต่พร่ำถึงคุณครูเสิ่นทั้งวัน ตอนนั้นเธอดีใจมาก
เธอคิดว่าในที่สุดลูกก็มีครูที่ชอบเสียที
เธอถึงขั้นไปปรึกษาคุณครูอยู่นาน หวังว่าจะได้สนิทกับลูกชายมากขึ้น
ตอนนี้คิดดูแล้วช่างเหลวไหลและน่าขบขัน
เจียงอี่หนิงดึงสติกลับมา ถามด้วยน้ำเสียงสงบ
"ฟู่เจียอวี่ ลูกอยากนอนกับแม่จริง ๆ หรือเปล่า?"
ลูกชายยังเล็กเกินกว่าจะปกปิดอารมณ์ได้
เขายืนอยู่ที่เดิม อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ครู่ใหญ่ พูดอะไรไม่ออกสักคำ
เจียงอี่หนิงเข้าใจทันที
เธอลุกขึ้น ค่อย ๆ จับมือน้อย ๆ ของลูกแล้วพาเขากลับไปที่ห้องของเขา
"ไม่ต้องฝืนตัวเองทำอะไรที่ไม่ชอบเลย"
ในเมื่อลูกชายชอบเสิ่นเมี่ยวอิน
งั้นต่อไปก็ให้เธอเป็นคนดูแลเขาเถอะ
หลังจากพาลูกชายกลับเข้าห้องแล้ว เจียงอี่หนิงก็มองแม่บ้านจางด้วยสายตานิ่ง ๆ
"แม่บ้านจาง รบกวนคุณไปบอกคุณย่าด้วยว่าอย่าทำแบบนี้เลย"
"แล้วก็ช่วยบอกท่านด้วยว่า ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไป และขอให้ท่านเห็นใจด้วย"
"พวกเราไม่มีใครอยากให้โศกนาฏกรรมของอาเล็กเกิดขึ้นซ้ำอีก"