มือของเวินอี้ถูกชายหนุ่มกดไว้ตรงอกแกร่ง ฝ่ามือแนบกับกล้ามอกแน่นตึง สัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำอยู่ภายใน
ครั้งแล้วครั้งเล่า
หนักแน่นและทรงพลัง
นิ้วมือของเธอหดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างทำอะไรไม่ถูกว่า “จ...จะยั่วคุณยังไงเหรอ?”
หานมู่เฉินมองเธออย่างไม่ใส่ใจ มุมปากหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ “ปกติผมยั่วคุณยังไง คุณก็ยั่วผมแบบนั้นแหละ”
เวินอี้กัดริมฝีปาก ชั่วขณะหนึ่งเธออยากถอยกลับลำ เลิกทำเสียเดี๋ยวนั้น
แต่พอนึกถึงที่ชายหนุ่มบอกว่า ถ้าเธอเป็นฝ่ายรุกมากขึ้น เขาอาจเบื่อเร็วกว่าเดิม...
ในเมื่อเธออยากยุติความสัมพันธ์ที่ไม่ปกตินี้ให้เร็วที่สุด การเป็นฝ่ายรุกบ้างก็คงเป็นบทเรียนที่ต้องเรียนรู้
เวินอี้หน้าแดงระเรื่อ เลียนแบบที่ชายหนุ่มทำกับเธอ ปลายนิ้วเรียวขาวไล้ไปบนกล้ามอกของเขาอย่างแผ่วเบา คล้ายมีตะขอเกี่ยว ก่อนจะวนเป็นวงกลม
ริมฝีปากของเธอค่อย ๆ เคลื่อนจากปากของชายหนุ่มลงมาที่คาง แล้วไล่ต่ำลงทีละน้อย จนถึงลูกกระเดือกคมเด่นที่นูนขึ้นมา
เมื่อเธอแตะต้องแผ่วเบาราวกับปีกแมลงปอ ลูกกระเดือกของชายหนุ่มก็ขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัด
พอเวินอี้สัมผัสได้ เธอก็รู้สึกเหมือนเผลอแตะต้องข้อห้ามน่าอาย จึงรีบลุกขึ้น
ชายหนุ่มกระชับแขนรอบเอวเธอ แล้วกดเธอกลับลงมาอีกครั้ง
ดวงตาดำสนิทของเขาจับจ้องเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเคลื่อนผ่านลำคอ “อย่าหนี ทำต่อสิ”
ขนตาของเวินอี้สั่นไหว “ฉัน...ฉันทำไม่เป็น...”
เสียงของหานมู่เฉินแหบพร่า “เมื่อกี้ยังทำได้ดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
เวินอี้กัดริมฝีปากล่างอีกครั้ง ดวงตาชุ่มฉ่ำ ไม่รู้จะตอบอย่างไร
