เวินอี้มาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประธาน
นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอมาที่นี่
เธอเคยคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้ก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้อีกแล้ว ไม่นึกเลยว่า...
โลกนี้ช่างยากจะคาดเดาจริง ๆ
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วยกมือเคาะประตูเบา ๆ
เสียงทุ้มต่ำแฝงความเกียจคร้านของชายหนุ่มดังขึ้น “ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาได้เลย”
เวินอี้เม้มริมฝีปาก ก่อนยกมือผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่เปิดประตู เธอก็เห็นหานมู่เฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ มือทั้งสองวางพาดบนที่วางแขนตามใจ
เขาหันมามองเธอ คิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นเล็กน้อย ราวกับรอเธออยู่ก่อนแล้ว
ตอนนี้เขาดูเหมือนกลับไปเป็นคนสุภาพแต่ร้ายกาจ วางมาดผู้ดีจอมปลอมอย่างที่เป็นเวลาอยู่กับเธอตามลำพัง
เวินอี้เม้มริมฝีปาก ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วปิดประตูด้านหลังตามไปด้วย
เธอเดินไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม ถามด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการว่า “ท่านประธานคะ เมื่อครู่นี้ในห้องประชุม คุณบอกว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ฉันรายงาน ไม่ทราบว่าข้อสงสัยนั้นคืออะไรคะ”
ดวงตาหยาดเยิ้มของหานมู่เฉินจับจ้องใบหน้าเธอ เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ทำไมไม่เรียกชื่อฉันตรง ๆ แล้วล่ะ”
เวินอี้ตอบว่า “ในบริษัทคุณเป็นท่านประธาน ส่วนฉันเป็นพนักงาน ฉันจะกล้าเรียกชื่อท่านประธานตรง ๆ ได้ยังไงคะ”
หานมู่เฉินยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ได้สิ เข้ามาใกล้ฉันหน่อย”
