ป้ายหมายเลขของซูเสี่ยวถังคือ D-3
หมายความว่าเธอเป็นผู้เข้าสอบรอบที่ 4 ของวันนี้
เธอเข้าแถวเดินผ่านประตูเหล็กเข้าไป ด้านหลังประตูเป็นห้องขนาดราว 100 ตารางเมตร ตรงกลางห้องมีวังวนสีฟ้าอ่อนหมุนวนไม่หยุด
“นี่คือทางเข้าดันเจี้ยนสินะ” ซูเสี่ยวถังพึมพำ
“มาครั้งแรกเหรอ?” นักการ์ดร่างท้วมคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ชวนคุย
“อืม”
“ตอนฉันมาครั้งแรกก็คิดว่ามันอลังการเหมือนกัน”
“ทำความรู้จักกันหน่อย ฉันชื่อโจวหยวน” โจวหยวนยื่นมือออกมา
ซูเสี่ยวถังไม่ได้ปฏิเสธ เธอยื่นมือไปจับตอบ “ซูเสี่ยวถัง”
“เธอคือซูเสี่ยวถังนี่เอง” โจวหยวนกวาดตามองซูเสี่ยวถังตั้งแต่หัวจรดเท้า
“รู้จักฉันด้วยเหรอ?”
“ลูกสาวตระกูลซูไง อาจารย์ชอบพูดถึงเธอข้างหูฉันอยู่เรื่อยว่าเก่งอย่างนั้นเก่งอย่างนี้ เธอเรียนจบก่อนฉันปีหนึ่ง ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของฉันนะ ว่าแต่รุ่นพี่ ทำไมเพิ่งมาที่นี่เอาตอนนี้ล่ะ?”
ในเมืองเล็ก ๆ มีโรงเรียนอยู่แค่แห่งเดียว ยังไงก็ต้องพอรู้จักกันบ้าง
ซูเสี่ยวถังไม่ได้แปลกใจนัก
“มีธุระนิดหน่อย”
“อย่างนี้นี่เอง” โจวหยวนพยักหน้า ไม่ได้ถามต่อและเปลี่ยนเรื่อง “มาครั้งแรกไม่ต้องตื่นเต้นมากหรอก ตอนเข้าไปอาจจะเวียนหัวนิดหน่อย แค่หลับตาแล้วลืมตาอีกทีก็เข้าไปอยู่ในเหมืองแล้ว จากนั้นก็แค่จัดการมอนสเตอร์”
“อย่าโลภมากเกินไปล่ะ อย่ารอให้มอนสเตอร์ซัดเธอออกมา ไม่อย่างนั้นจะเจ็บหนักเอา”
“แล้วนั่นคืออะไรเหรอ?” ซูเสี่ยวถังชี้ไปยังแผ่นหินข้างวังวนสีน้ำเงิน บนแผ่นหินสลักสัญลักษณ์รูปดาวไว้ 3 ดวง
“อ๋อ นั่นคือศิลาดารา”
“ศิลาดารา?”
“ใช่ ถ้าทำลายสถิติได้ ดาวพวกนั้นก็จะสว่างขึ้น”
“ตอนนี้ยังไม่สว่าง แปลว่ายังไม่มีใครทำลายสถิติได้เหรอ?”
“ถึงได้บอกไงว่าบ้านเราเป็นแค่เมืองเล็ก ๆ ไม่มีนักปั้นการ์ดที่พึ่งพาได้สักคน” อีกคนที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามาร่วมวงสนทนา “ไม่มีการ์ดดี ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ศิลาดารายังสว่างไม่ครบ สมาคมนักปั้นการ์ดก็จะไม่เปิดดันเจี้ยนแห่งที่สอง พอไม่เปิดดันเจี้ยนแห่งที่สอง การพัฒนาของนักการ์ดก็ถูกจำกัดไปด้วย”
“พวกเราพอเก็บเงินได้ก็ต้องจากบ้านเกิดไปหากินที่เมืองอื่นกันหมด”
พอพูดถึงตรงนี้ นักการ์ดที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นตาม “เออ จริงด้วย เมื่อก่อนในเมืองเรายังมีร้านปั้นการ์ดอยู่ร้านหนึ่ง ตอนนี้เจ้าของร้านคนเก่าไม่อยู่แล้ว ส่วนลูกชายก็ไม่ได้เรื่อง พวกเราเลยต้องไปซื้อการ์ดพื้นฐานราคาแพงจากสมาคมนักปั้นการ์ดกันทุกวัน เก็บเงินยากขึ้นเยอะเลย...”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ ลูกชายเจ้าของร้านคนนั้นพยายามมากแล้ว” ซูเสี่ยวถังอดพูดขึ้นมาไม่ได้
“พรืด พยายามแล้วจะมีประโยชน์อะไร สายนักปั้นการ์ดน่ะกินพรสวรรค์”
“นั่นสิ...”
“กลุ่ม D! กลุ่ม D! เข้าแถวได้แล้ว”
เสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ขัดจังหวะการสนทนาของทุกคน
“ไปกันเถอะ รุ่นพี่”
“ได้”
ซูเสี่ยวถังเดินตามแถวไปหยุดตรงหน้าวังวนสีน้ำเงิน เธอเป็นคนที่ 3
พอเห็นสองคนข้างหน้าเดินเข้าไปเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงสระน้ำ ทำให้วังวนเกิดระลอกคลื่น หัวใจของเธอก็ค่อย ๆ สงบลงเล็กน้อย
“ถ้าตื่นเต้นก็หลับตาแล้วเดินผ่านไปเลย” โจวหยวนเตือนจากด้านหลัง
“ขะ...ขอบคุณ”
ซูเสี่ยวถังหลับตาแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา ความรู้สึกเวียนหัวก็ถาโถมเข้ามา แต่เกิดขึ้นไวและหายไปไว ไม่นานเธอก็กลับมาเป็นปกติ
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็มาอยู่ในสถานที่มืดสลัวแห่งหนึ่งแล้ว
พื้นที่ไม่ได้เล็กเลย มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับสนามฟุตบอล รอบด้านเต็มไปด้วยแร่ที่โผล่พ้นพื้นผิว
ตรงกลางมีเต่าเรียงรายอยู่หลายตัว
เต่าเหล่านี้ยาวถึง 2 เมตร กระดองบนหลังไม่เหมือนกระดองเต่าทั่วไป แต่มีผิวสัมผัสคล้ายแร่เหล็ก ส่วนหัวของพวกมันคล้ายเต่าจระเข้ ดูดุดันและพร้อมโจมตี
ซูเสี่ยวถังสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เล็งไปยังเต่าเกราะหินตัวหนึ่ง แล้วเปิดโหมดต่อสู้
ทันใดนั้น การ์ด 3 ใบก็เข้ามาอยู่ในมือ (ก่อนเริ่มการต่อสู้แต่ละครั้ง จะจั่วการ์ด 3 ใบจากกองมาเป็นการ์ดในมือ ในแต่ละเทิร์นจะจั่วเพิ่มอีก 1 ใบ ซูเสี่ยวถังมีการ์ดแค่ 3 ใบ ดังนั้นจึงได้มาครบทั้งหมดตั้งแต่แรก)
ในเวลาเดียวกัน คริสตัลสีฟ้าอ่อนเม็ดหนึ่งก็สว่างขึ้นบนแขนของเธอ (ในเทิร์นแรก นักการ์ดจะได้รับคริสตัลมานา 1 เม็ด คริสตัลมานา 1 เม็ดใช้การ์ดระดับ 1 ดาวได้ จากนั้นในแต่ละเทิร์นจะได้รับคริสตัลมานาเพิ่ม 1 เม็ด เช่น เทิร์นที่ 2 จะมีคริสตัลมานา 2 เม็ด เทิร์นที่ 3 มี 3 เม็ด และเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงขีดจำกัดสูงสุด 10 เม็ด)
อัญเชิญ หมูป่าเขี้ยวหิน
[หมูป่าเขี้ยวหิน]
ประเภท: การ์ดผู้ติดตาม · การ์ดขาว
ค่าร่าย: 1 มานา
พลังโจมตี/พลังชีวิต: 1/1
เอฟเฟกต์: พุ่งชน
คำแนะนำ: ดีไซเนอร์เคยบอกว่า “พุ่งชน” เป็นความสามารถที่อันตราย ผมคิดว่าตัวผมนี่แหละคืออันตรายที่ว่า อู๊ด ๆ!
การ์ดแปรเปลี่ยนเป็นแสงดาวระยิบระยับ หมุนวนกลางอากาศหนึ่งรอบ ก่อนจะกลายเป็นหมูป่าตัวหนึ่งปรากฏตรงหน้าซูเสี่ยวถัง
สัมผัสแบบนี้...
ผู้ติดตามที่ถูกอัญเชิญออกมา...
เวลานักการ์ดต่อสู้ การอัญเชิญการ์ดก็ให้ความรู้สึกได้เหมือนกัน การ์ดที่นักปั้นการ์ดฝีมือดีสร้างขึ้นจะถูกอัญเชิญออกมาได้อย่างราบรื่นลื่นไหล อีกทั้งรายละเอียดของผู้ติดตามที่ปรากฏออกมาก็สมบูรณ์แบบมาก
หมูประหลาดตรงหน้าทำให้ซูเสี่ยวถังรู้สึกแปลกหน้า
มันลื่นไหลเกินไป แถมยังสมจริงเกินไปด้วย
แล้วก็...
พุ่งชน?
หลังจากได้การ์ดมา เธอก็ไม่เข้าใจว่า “พุ่งชน” หมายถึงอะไรกันแน่ เมื่อนักการ์ดใช้การ์ดด้วยวิญญาณของตัวเองจริง ๆ ถึงจะเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในนั้น แน่นอนว่านักปั้นการ์ดบางคนจะอธิบายเอฟเฟกต์ไว้อย่างละเอียด แต่เสิ่นเย่ไม่ได้ทำแบบนั้น
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว
พุ่งชน หมายถึงสามารถโจมตีได้ในเทิร์นที่ลงสนาม
คริสตัลมานาบนแขนของเธอดับลง
เธอออกคำสั่ง
“หมูป่าเขี้ยวดาบ โจมตี!”
-1
-3
มีตัวเลข “-1” ลอยขึ้นจากตัวเต่าเกราะหิน
ส่วนบนหัวหมูป่าเขี้ยวดาบมีตัวเลข “-3” ลอยขึ้น ก่อนร่างของมันจะกลายเป็นแสงสีขาวแล้วสลายไป
เต่าเกราะหินตื่นขึ้นแล้ว
ดวงตาเล็ก ๆ ของมันดูงุนงง เห็นได้ชัดว่าเจ้าเต่าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนโจมตีมันได้ตั้งแต่เทิร์นแรก
เต่าเกราะหิน: 3/3 (รายละเอียดอ้างอิงจากบทที่ 2)
ในเทิร์นแรก เต่าเกราะหินแค่ตื่นขึ้นเท่านั้น ต้องรอถึงเทิร์นที่ 2 ถึงจะโจมตีได้
เจ้าเต่าที่ตื่นขึ้นส่งเสียงคำรามเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็ถึงเทิร์นของซูเสี่ยวถังอีกครั้ง
ซูเสี่ยวถังมองการ์ดในมือแล้วนิ่งเงียบไป 2 วินาที
อัญเชิญ นักรบเหงือกน้ำเงิน
【นักรบเหงือกน้ำเงิน】
ประเภท: การ์ดผู้ติดตาม · การ์ดขาว
ค่าร่าย: 2 มานา
พลังโจมตี/พลังชีวิต: 3/1
เอฟเฟกต์: พุ่งชน
คำแนะนำ: ว้าวู้! ว้าวู้! ว้าวู้... (ภาษามนุษย์ปลา ใครจะไปรู้ว่าพวกมันคำรามอะไรกัน?)
การ์ดใบนี้ไม่ได้ลื่นไหลเหมือนหมูป่าเขี้ยวดาบ มีสะดุดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ปรากฏร่างออกมาได้สำเร็จ
“นักรบเหงือกน้ำเงิน โจมตี”
-3
-3
เต่าเกราะหินเบิกตากลมโตของมัน ราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมาถึงจุดจบได้
มันส่งเสียงคำรามครั้งหนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นแสงดาวระยิบระยับสลายหายไปในอากาศ ทิ้งผงดาวไว้กองหนึ่ง
ซูเสี่ยวถังอ้าปากค้าง
แค่นี้เองเหรอ?
เธอไม่เข้าใจเลย
เธอก้มมองการ์ดในมือ
เธอรู้เรื่องดันเจี้ยนไม่มากนัก
แต่เรื่องการ์ด เธอรู้ดี
การ์ดใบอื่นมีความสามารถ “พุ่งชน” แบบนี้ไหม?
มีความสามารถ “ลอบเร้น” ไหม?
เหมือนจะ...
ไม่มีนะ?
พอคิดถึงตรงนี้ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ผงดาว 20 หน่วย
โอกาสสร้างการ์ดสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์
เอฟเฟกต์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นกับอัจฉริยะคนไหนก็ไม่น่าแปลกใจ
แต่ถ้าเป็นเสิ่นเย่ มันกลับเป็นไปไม่ได้
เมื่อเห็นเต่าเกราะหินกลายเป็นวัตถุดิบแล้ว เธอก็เร่งมือขึ้นเล็กน้อย ก่อนก้มลงเก็บวัตถุดิบอย่างรวดเร็ว
เริ่มการต่อสู้ครั้งที่ 2
การต่อสู้ครั้งที่ 2: ชนะ
การต่อสู้ครั้งที่ 3: ชนะ
การต่อสู้ครั้งที่ 4: ชนะ
...
...
ในสนามมีเต่าเกราะหินทั้งหมด 10 ตัว เธอจัดการพวกมันได้หมดภายใน 2 เทิร์น โดยพวกมันไม่มีโอกาสแม้แต่จะแตะตัวเธอ
