“ซ่งอวิ๋นชู เจ้าหมานักฉ้อฉลชั่วช้า! สมควรถูกสายฟ้าฟาดไม่ตายดี!”
ฟังคำด่าทอแหลมสูงข้างหู ซ่งอวิ๋นชูก็หยุดฝีเท้าชะงัก คิ้วกระตุกเล็กน้อย
เข้ามาในโลกในหนังสือได้เพียงสิบวัน ได้ยินคนด่านางว่า ‘หมานัก’ มาแล้วหลายสิบรอบ
เบื้องหน้าไม่ไกลคือท้องพระโรงใหญ่ ซ่งอวิ๋นชูกำลังจะให้คนลากแม่ทัพที่สาปแช่งนางอยู่ข้างหลังออกไปก่อน สาวใช้ชุดแดงข้างกายก็พุ่งตัวไปต่อหน้าชายคนนั้นในพริบตาเดียว เตะเข้าที่อกกลางอก
“อาจารย์หมิ่นพระเกียรติใต้เท้าอภัยไม่ได้ ถึงประหารตรงนี้ก็ไม่เกินเลยไป มา!”
หญิงสาวออกคำสั่ง องครักษ์จำนวนมากรวมตัวกัน ดาบยาวหกเจ็ดเล่มจ่อเข้าที่ลำคอของชายคนนั้นในทันที
ซ่งอวิ๋นชูรีบเอ่ยขึ้นหยุด “ช้าก่อน!”
หญิงสาวชุดแดงหันหน้ามา ใบหน้าเปี่ยมความไม่เข้าใจ “ใต้เท้าจะไว้ชีวิตคนผู้นี้หรือ?”
ซ่งอวิ๋นชูว่า “กักตัวเขาไว้ก่อนก็พอ ข้ามีเรื่องจะถามเขา”
องครักษ์ลากชายคนนั้นออกไป และระหว่างถูกลากไป ชายคนนั้นยังตาแดงก่ำตะโกนด่า “หมานัก ฆ่าข้าเลย ถึงเป็นผีข้าก็ไม่ปล่อยเจ้า!”
ซ่งอวิ๋นชูถอนหายใจเงียบ ๆ เพิ่งหันหลัง ก็ได้ยินลูกน้องสองคนข้างหลังกระซิบกันว่า—
“คนนี้ปากหมาจริง ๆ งาช้างไม่งอก”
“ใต้เท้าจะสอบปากคำ ยังต้องเก็บลิ้นของมันไว้ ลงโทษด้วยน้ำกับตะปู ให้มันได้ลิ้มรสเป็นตายทั้งเป็นดีกว่า”
ซ่งอวิ๋นชูสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย รีบหันไปกำชับอีกว่า “ไม่ต้องลงโทษ แค่คุมตัวไว้ก็พอ!”
สองคนฝั่งตรงข้ามนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยพร้อมกัน “ขอรับ”
คนคนนั้นโอหังถึงเพียงนั้น ใต้เท้ากลับจะยกโทษให้ หรือว่าเขาเป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษอะไร?
ซ่งอวิ๋นชูเห็นแววสงสัยแต่ไม่กล้าซักถามของลูกน้อง ใบหน้าเรียบเฉยเดินจากไป
ไม่แปลกที่พวกเขาตกใจ ร่างกายนี้ของนางมีเจ้าของเดิมเป็นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาแห่งราชสำนัก ปลอมเป็นชายเข้ารับราชการ ปกติใจดำมือโหด เลวร้ายหนักหนา
สิบคืนก่อน นางในแอปนิยายเผลอกดเปิดเรื่อง ‘ยั่วเยี่ยอ๋องมือสังหาร อย่าหนีนะชายาดี’ นี้ขึ้นมา กวาดตามองที่คอลัมน์ตัวละครในบทนำ ก็เห็นตัวละครหนึ่งชื่อเดียวกับนาง จู่ ๆ ก็กดเข้าไป
นี่เป็นนิยายรักทรมาณแนวโบราณ แท็ก ‘ตามง้อพระเอกถึงหลุมศพ’
พระเอกข่มเหงนางเอกทั้งกายใจ อ่านแล้วปวดหัว โดยเฉพาะตอนที่นางอ่านเจอเนื้อเรื่องที่ตัวร้าย ‘อัครมหาเสนาบดีซ่ง’ ชื่อเดียวกับนางถูกฮ่องเต้ปลดตำแหน่งและเนรเทศในข้อหากบฏ แล้วต่อมาก็ถูกอิ๋งอ๋องพระเอกพาคนมายิงธนูรุมสังหาร ความโกรธในใจนางก็พุ่งถึงขีดสุด
ตัวร้ายใหญ่ผู้เปี่ยมปัญญาและกล้า หาไม่แล้วตายด้วยน้ำมือพระเอกที่นางชิงชังที่สุดได้อย่างไร?
เพื่อระบายความไม่พอใจในใจ นางซึ่งปกติเป็นคนขี้เกียจเขียนรีวิว ก็ส่งคำบ่นไม่รู้กี่มากน้อย
แล้วนักเขียนต้นฉบับก็มาตอบใต้รีวิวสุดท้ายของนางว่า: "ที่รัก งั้นยกปากกาให้ เธอเขียนสิ?"
ตื่นขึ้นมาอีกที นางก็กลายเป็น ‘อัครมหาเสนาบดีซ่ง’ ในหนังสือ
นางสงสัยอย่างมีเหตุผลว่าคนเขียนสาปนางเข้ามา
ใกล้ถึงหน้าท้องพระโรงใหญ่ หัวหน้าขันทีวิ่งกระหืดกระหอบมาหานาง กระซิบว่า “ใต้เท้าซ่ง เมื่อสายฝ่าบาทเสด็จกลับวังทรงถูกคนร้ายลอบทำร้าย แม้องค์จะไม่เป็นอันตราย แต่มือสังหารจับไม่ได้ ฝ่าบาททรงขัดเคืองพระทัยมาก ขนาดบ่ายแก่แล้วยังไม่เสวย ใต้เท้าไปช่วยทูลปลอบพระทัยได้หรือไม่?”
ซ่งอวิ๋นชูไม่พูด ทำเป็นนิ่งเดินต่อไป
สัมพันธ์จอมปลอมระหว่างใต้เท้าซ่งกับฮ่องเต้นั้นมีตลอดเรื่องในนิยาย
ใต้เท้าซ่งในช่วงต้นเป็นยอดฝีมือสูงสุด กลางถึงปลายเรื่องถูกพระเอกแซงหน้า นางได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เพราะช่วยฮ่องเต้ยึดราชบัลลังก์ แต่ฝ่าบาทผู้นี้รูปลักษณ์ภายนอกอ่อนแอไร้พิษสง ปกติโอสถคลาดพระโอษฐ์มิได้ แต่ภายในกลับร้ายกาจกว่าใต้เท้าซ่ง
ในสายตาคนทั่วไป ฮ่องเต้ทรงเห็นใต้เท้าซ่งเป็นแขนขา ไม่เพียงฝ่าฝืนธรรมเนียมตั้งตำแหน่งมหาเสนาบดีเพิ่มหนึ่งตำแหน่งให้ แย่งอำนาจจากหลิวเฉิงเซี่ยงผู้อาวุโส ยังมอบ ‘กรมส่องกระจก’ หน่วยข่าวกรองสำคัญที่สุดในวังให้ใต้เท้าซ่งดูแล ตรวจตราความประพฤติขุนนางฝ่ายบุ๋นบู๊ได้ หากผู้ใดประพฤติมิชอบ ใต้เท้าซ่งมีสิทธิจับกุมลงโทษขั้นรุนแรง
ซ่งอวิ๋นชูในฐานะผู้อ่าน ย่อมเข้าใจว่านี่คือการเชิดชูแล้วทำลาย
นางแค่คิดถึงเนื้อเรื่องอีกไม่นานที่ฮ่องเต้กับใต้เท้าซ่งแตกคอกัน พระเอกไอ้บ้านั่นก็ตามมาซ้ำโจมตีทีหลัง หนังตาก็กระตุกทันที
ด้วยจิตใจห่อเหี่ยวเล็กน้อย นางก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงใหญ่ เงยหน้ามองเบื้องหน้า คำนับ “กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาท”
หลังโต๊ะทรงอักษร องค์ชายรูปโฉมงดงามดั่งภาพวาด ใบหน้าขาวผ่องซีดเซียวอ่อนแอตลอดปี ใต้ขนตายาวนั้นดวงตาหงส์แจ่มใสนัก สบตากับนาง อบอุ่นและอ่อนโยน
“อวิ๋นชูไม่ต้องมากพิธี นั่งเร็ว” จวินหลีลั่วเอ่ยเสียงนุ่ม พลางหันไปสั่งหัวหน้าขันทีให้นำผลไม้โปรดของซ่งอวิ๋นชูกับสุราชั้นดีมา
ซ่งอวิ๋นชูนั่งลงหน้าโต๊ะทรงอักษร ใจนินทาอยู่
【เฮอะ ถ้าไม่รู้ธาตุแท้ของเจ้ามานาน คงให้ท่าทางเหมือนคนไม่มีพิษภัยนี่หลอกเอาได้】
จวินหลีลั่วชะงักมือที่จับพู่กัน เงยหน้ามองซ่งอวิ๋นชูแวบหนึ่ง
“อวิ๋นชู เช้านี้เราถูกลอบทำร้าย แม้ตื่นเต้นแต่ปลอดภัย แต่จับมือสังหารไม่ได้ ตอนนั้นเราก็คิด ถ้าเจ้าอยู่ด้วย มือสังหารต้องหนีไม่พ้นแน่ เห็นได้ว่าเราขาดเจ้าไม่ได้ คราวหน้าเราเสด็จอีก เจ้ามาด้วยกันดีไหม?”
ซ่งอวิ๋นชูกำลังกลั้นการกลอกตา
【ยากเย็นแท้กับไอ้ฮ่องเต้หมา พูดจาน่าขนลุกอย่างนี้ได้】
นางพยายามรับคำด้วยน้ำเสียงสุขุม “เฝ้าตามเสด็จได้เป็นเกียรติแก่กระหม่อมยิ่ง ต่อไปเพียงมีกระหม่อมอยู่ จะไม่ยอมให้คนชั่วทำร้ายฝ่าบาทเด็ดขาด”
“ให้อวิ๋นชูทำการ เราวางใจที่สุด... แค๊ก ๆ!”
จวินหลีลั่วยังพูดไม่จบประโยค ก็ยกพระกรป้องพระโอษฐ์กระแอมเบา ๆ สองสามครั้ง
ซ่งอวิ๋นชูเห็นดังนั้นรีบลุกขึ้น ส่งถ้วยชาบนโต๊ะให้ “ฝ่าบาททรงระคายพระศอหรือ? สู้ให้หมอหลวงมาเข้าเฝ้าดีกว่า”
จวินหลีลั่วไอพลางรับถ้วยชาไป
น้ำชาเพิ่งเข้าปาก ก็ได้ยินซ่งอวิ๋นชูแอบนินทาในใจอีก——
【ไอ้ฮ่องเต้หมาช่างเสแสร้งนัก ทั้งที่ตัวเองก็มีวิชา ต้องแกล้งเป็นเหมือนนังลิ้นจี่ทั้งวัน ถ้าเจ้าออกจากหนังสือมาสู่โลกจริงได้ ข้าจะพาเข้าวงการบันเทิง คว้าดารายอดชายไม่ช้าก็เร็วแน่】
จวินหลีลั่ว “...”
เขาไม่เปลี่ยนสีหน้ากลืนชาลง มองซ่งอวิ๋นชูยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไร โรคเก่าแล้ว หมอหลวงกำชับเพียงต้องกินยาตามเวลาเท่านั้น”
มาระยะนี้ได้ฟังเสียงในใจของซ่งอวิ๋นชู เขาชินกับคำแปลก ๆ ที่อีกฝ่ายโพล่งออกมาเป็นระยะแล้ว
ตอนที่จู่ ๆ เขามีพลังนี้ขึ้นมา แม้แต่ตัวเขาก็ประหลาดใจ
นั่นเป็นงานเลี้ยงในวังเมื่อสิบคืนก่อน
เขาชมระบำขับร้องกับขุนนางทั้งหลาย จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงพึมพำลอยเข้าหู
【ปูทะเลผัดหรูรสชาตินี่อร่อยจริง ของโอชะในหนังสือ ไม่โกหกเราเลย】
【ขนมไข่มุกกับเหล้าบ๊วยนี่เข้ากันที่สุด สมกับเป็นของหลวง!】
เป็นน้ำเสียงของซ่งอวิ๋นชู
ซ่งอวิ๋นชูกินของพวกนี้บ่อย ๆ เหตุใดยังเอ่ยชมเช่นนี้?
เขากำลังประหลาด ก็ได้ยินซ่งอวิ๋นชูพึมพำอีก——
【เฮ้อ ผู้แต่งเพื่อขับนางเอกผู้ร้องรำเก่งกาจ ใช้คำว่าไร้รสชาติสรุปการแสดงในงานเลี้ยง พอเราเป็นคนในหนังสือ ก็รู้สึกไร้รสชาติจริงอย่างว่า】
【น้องนี่หน้าตางามจริง เพียงแต่ทำนองนี้ฟังไม่รื่นหูเอาซะเลย สู้ข้าร้องเองก็ไม่ได้】
【ลมพัดทราย ผีเสื้อหลงดอกไม้ ตำนานเลื่องลือพันปี ~ ดุจบุปผาเงากลางสายธาร ~ ใจลุ่มหลงบุปผาเงา ~】
ฟังซ่งอวิ๋นชูถึงกับร้องเพลง จวินหลีลั่วรู้สึกเหลือเชื่อ มองไปทางขวาล่างโดยไม่รู้ตัว
จากมุมของเขา มองเห็นใบหน้าด้านข้างสงบนิ่งของซ่งอวิ๋นชู ซ่งอวิ๋นชูไม่ได้อ้าปากชัด ๆ!
ทว่าเสียงเพลงยังดังต่อ——
【ปีนั้นกลางฤดูร้อน เจ้าแบกสัมภาระทิ้งถิ่นฐาน ~ ถนนโบราณเบื้องหน้า ข้าอยากเอื้อนเอ่ยน้ำตากลั้น ~】
เขารู้สึกว่าเรื่องประหลาดชอบกล จึงเอ่ยขึ้น “อวิ๋นชู!”
ซ่งอวิ๋นชูได้ยิน หันมามองเขา
“ฝ่าบาททรงมีอะไรให้รับใช้หรือ?”
【ไอ้ฮ่องเต้หมาทำไมมองข้าด้วยสายตาพิลึกอย่างนี้ ดูท่าข้าไม่ได้หาเรื่องมันนะ?】
จวินหลีลั่วรูม่านตาหดเกร็ง——
ไอ้ฮ่องเต้หมา?