"น่าจะเป็นธิดาคนโตแห่งจวนจิ้นกั๋วกง เจียงหรูหมิ่น มีข่าวลือหนาหูว่าคุณหนูใหญ่คนนี้ใจคับแคบ หยาบคาย แต่หลังจากที่กระหม่อมสืบทราบ นางมีชื่อเสียเช่นนี้เพราะถูกใส่ร้าย"
เฉิ่นเยวี่ยเว้นช่วงไปครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า "อีกฝ่ายคือน้องสาวคนรองที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ กลับมีแต่ชื่อว่างเปล่า หาใช่เทพธิดาหงส์ตัวจริงไม่"
จวินหลีลั่วได้ฟังแล้วก็เกิดความอยากรู้ขึ้นมา "ว่ามา"
ก่อนหน้านี้เขาได้ยินซ่งอวิ๋นชูด่าอยู่ในใจ เห็นได้ชัดว่านางรู้ว่าใครคือเทพธิดาหงส์ และไม่ได้รู้สึกดีกับเทพธิดาหงส์ผู้นี้เลย
เมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ฮูหยินแห่งจวนจิ้นกั๋วกงกับอนุภรรยาคลอดบุตรในวันเดียวกัน ทั้งคู่ให้กำเนิดบุตรสาว ห่างกันไม่เกินครึ่งชั่วยาม และในช่วงเวลานั้น ท้องฟ้าปรากฏเมฆมงคลสีรุ้ง ฝูงนกนับร้อยโบยบิน เป็นนิมิตหมายมงคลที่หาดูได้ยาก มีนักพรตพเนจรผ่านมา มองดูปรากฏการณ์บนฟ้าแล้วกล่าวว่าเทพธิดาหงส์จุติลงมา จะนำความผาสุกมาสู่แคว้นเทียนฉี่
หลังจากนั้นสามปี แคว้นเทียนฉี่เก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ในหลายพื้นที่ ภัยธรรมชาติลดน้อยลงกว่าทุกปี ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงปีติ จึงต้องการให้คุณหนูทั้งสองแห่งจวนจิ้นกั๋วกงเป็นสะใภ้หลวง ทรงหมั้นหมายพวกนางให้กับองค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองตามลำดับ
บัดนี้คุณหนูทั้งสองอยู่ในวัยที่สมควรออกเรือนแล้ว แต่องค์ชายสองพระองค์ที่หมั้นหมายไว้กลับดับสูญไปในการช่วงชิงราชบัลลังก์ หญ้าบนหลุมศพสูงหลายฉื่อแล้ว
ในจำนวนนี้ไม่พ้นการวางแผนของซ่งอวิ๋นชู
จวินหลีลั่วในฐานะผู้ชนะที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ในที่สุด ย่อมไม่ยินดีให้เทพธิดาหงส์ตกเป็นของตระกูลอื่น
เขาเองก็ไม่ได้เชื่อเรื่องเทพธิดาหงส์จุติลงมาเท่าใด ในสายตาเขา การเก็บเกี่ยวอุดมหรือภัยพิบัติล้วนเป็นประสงค์ของสวรรค์ ผาสุกอาจไม่จำเป็นต้องมาจากใครคนใดคนหนึ่ง อาจเป็นเพียงพี่น้องสกุลเจียงเกิดมาในจังหวะเวลานั้นพอดี แต่—ในเมื่อราษฎรเชื่อว่าเทพธิดาหงส์สามารถนำพาความผาสุกมาได้ เขาก็ทำตามใจมหาชน ให้เทพธิดาหงส์มาอยู่ข้างกายเขา
แต่เขาได้ยินชาววังนินทาเป็นพัก ๆ ว่าคุณหนูใหญ่แห่งสกุลเจียงมีความประพฤติแย่มาก เทพธิดาหงส์มีเพียงหนึ่งเดียว ต้องเป็นคุณหนูรอง คุณหนูใหญ่เป็นเพียงผู้ที่เกิดวันเดียวกับคุณหนูรองแล้วพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย
เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ จึงบัญชาเฉิ่นเยวี่ยไปสืบด้วยตนเอง
"คุณหนูใหญ่สกุลเจียงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างมีเมตตา แอบช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้ไม่น้อย นางทำความดีแต่ไม่ยอมแพร่งพราย เห็นได้ถึงความอ่อนโยนและสมถะ ส่วนชื่อเสียงของคุณหนูรองสกุลเจียงส่วนใหญ่ได้มาจากการบอกเล่าปากต่อปาก ส่วนตัวแล้วนางฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ทั้งยังประจบคนสูงเหยียบคนต่ำ ภายนอกกับภายในไม่ตรงกัน พฤติกรรมเช่นนี้... จะเป็นเทพธิดาหงส์ได้อย่างไร?"
ซ่งอวิ๋นชูที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินถึงตรงนี้ก็อดเลิกคิ้วขึ้นไม่ได้
【พล็อตคลาสสิกของนิยายพาฝันก็มาแบบนี้แหละ พวกพระรอง ๆ รู้กันหมดว่านางเอกเป็นคนดี มีพระเอกนั่นแหละตาบอด เอาตัวร้ายมาเชิดชู ถ้ามันรู้จักเรียนแบบหมาจักรพรรดิ ส่งคนไปสอดแนมนางเอกสักพัก ก็คงไม่ต้องตะคอกด่านางเอกว่าสตรีอสรพิษไม่หยุด】
【นักเขียนโง่เง่าคนนั้น เขียนให้พระเอกเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ อะไร ๆ ก็เป็นหมด แต่ก็แยกแยะนางเอกไม่ออก นางเอกก็เช่นกัน มีความสามารถรอบด้านหน้าตางดงาม แต่ก็เดินด้วยตัวเองไม่เป็น เป็นพวกสมองเป็นเยื่อรักโง่เง่าอยู่ตลอด】
ซ่งอวิ๋นชูนึกย้อนไปถึงบทนำของนิยายต้นฉบับที่เคยอ่าน ก็อดหมั่นไส้นักเขียนขึ้นมาไม่ได้
【ธิดาคนโตแห่งจวนจิ้นกั๋วกง เจียงหรูหมิ่น ฝีมือแพทย์เป็นเลิศ โฉมงามหาใดเทียบ
ด้วยเหตุบังเอิญ นางถูกหมั้นหมายกับอิ๋งอ๋องชายในฝัน แต่อิ๋งอ๋องกลับเอาแต่ตามติดเจียงอวี่ซี น้องสาวต่างมารดาของนาง
นางไม่เคยคิดเลยว่า ชายผู้ที่นางหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ จะทำให้นางเจ็บช้ำไปทั้งกายใจ
หลังจากถูกเขากรอกยาขับทารกด้วยมือของเขาเอง นางปวดร้าวแทบขาดใจ เลือกที่จะจากไป
เมื่อรู้ว่าในท้องของนางคือสายเลือดของเขา เขาเจ็บปวดรวดร้าว ต้องการจะตามนางกลับคืนมา
นางเจ็บ เขาเสียใจ นางหนี เขาตาม
ปล. : พระเอกเผด็จการเจ้าเสน่ห์แนวดาร์ก VS นางเอกกระต่ายน้อยแสนบริสุทธิ์ พระเอกตามง้องอนเยี่ยงขึ้นเขตกองไฟ จบ happily ever after โปรดวางใจใช้บริการ】
【พล็อตกับคาแรกเตอร์ห่วยแตกแบบนี้ ยังต้องให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของเกมพวกนั้นอีก น่าขำชะมัด】
【ชะตาชีวิตของฉันผูกพันแนบแน่นกับหมาจักรพรรดิ ยามนี้ ณ ขั้นตอนนี้ หมาจักรพรรดิแค่รู้สึกสงสัยใคร่รู้ต่อเทพธิดาหงส์ พอรอให้ถึงคราวที่หัวใจอันขาดความรักตั้งแต่เด็กของมันสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากเจียงหรูหมิ่นเมื่อไหร่ มันก็จะแย่งเจียงหรูหมิ่นกับอิ๋งอ๋อง ต่อไปมันก็จะวิปลาสมากขึ้นเรื่อย ๆ ... คนที่น่าชังนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วนที่น่าสงสารเลยนะ ฉันควรจะหาให้มันสักคนเป็นฮองเฮาผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความดีงาม เพื่อบำบัดความโดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวของมันดีไหมนะ? จะได้ให้ฉันมีจุดจบที่ดีด้วย】
ซ่งอวิ๋นชูครุ่นคิดพลางก้มหน้าจิบชาไปด้วย นางไม่ได้สังเกตเลยว่าจวินหลีลั่วที่กำลังคุยกับเฉิ่นเยวี่ยอยู่นั้นชะงักไป แล้วหันมามองนาง
เขาไม่ได้เดาผิดเลยจริง ๆ
ช่วงนี้ที่ได้ฟังเสียงในใจของซ่งอวิ๋นชู แม้จะมีคำแปลกหูมากมาย แต่เขาก็ยังพอจะคาดเดาเรื่องหนึ่งได้—ซ่งอวิ๋นชูเหมือนจะมีความสามารถในการหยั่งรู้ถึงอนาคต
เขามีความสามารถประหลาดในการดักฟังเสียงในใจของซ่งอวิ๋นชู หากว่าเขาเป็นประหลาดไซร้ ซ่งอวิ๋นชูก็เป็นประหลาดคนที่สอง และเจ้านี่มีความสามารถที่แกร่งกว่าเขาเสียอีก
ถึงขั้นสัมผัสได้ว่าใครที่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนจะมีจุดจบเช่นไรในอนาคต
ที่ซ่งอวิ๋นชูเอ่ยถึงหลายครั้งว่า "นิยายต้นฉบับ" คงจะเป็นเทียนซูที่ขีดเขียนชะตาชีวิตของทุกคน ตำรานี้มีอยู่เพียงในสมองของซ่งอวิ๋นชู หากซ่งอวิ๋นชูไม่พูดขึ้นมาเอง ผู้อื่นก็ไม่สามารถล่วงรู้เนื้อหาข้างในได้
อิ๋งอ๋องจวินเทียนอี้เป็นพระอนุชาที่อายุน้อยที่สุดในรุ่นของฮ่องเต้องค์ก่อน หรือก็คือหวงซูของเขา ซึ่งแก่กว่าเขาเพียงสามปี
เทพธิดาหงส์คือธิดาคนโตของจวนจิ้นกั๋วกง เจียงหรูหมิ่น เทพธิดาหงส์กับจวินเทียนอี้จะฝ่าอุปสรรคนานัปการจนได้เป็นสามีภรรยากัน ส่วนเขาจวินหลีลั่วเป็นเพียงผู้ช่วงชิงที่ดิ้นรนอย่างไร้หวัง ในอนาคตจะพ่ายแพ้ย่อยยับ ซ่งอวิ๋นชูเองก็จะถูกชักนำเข้าสู่ความชุลมุนนี้ แล้วมีบั้นปลายที่เวทนา
ซ่งอวิ๋นชูพยายามหลีกเลี่ยงโชคร้าย ถึงขั้นคิดอยากจะหาให้เขาสักคนเป็นฮองเฮาผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความดีงาม ... ไม่นึกเลยว่าเจ้าตัวแสบนี้ช่วงหลังจะไม่โอหังเหิมเกริมเหมือนก่อน
ซ่งอวิ๋นชูใน "นิยายต้นฉบับ" มีบั้นปลายที่เวทนา เกี่ยวข้องกับการคิดขบถหรือไม่? การเก็บซ่อนคมเขี้ยวในตอนนี้ ก็เพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาว
แม้นว่าตอนนี้ซ่งอวิ๋นชูจะไม่มีใจคิดขบถ ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะยังคงจงรักภักดี เขาไม่มีทางลืมความหยิ่งยโสไร้มารยาทของเจ้านี่ก่อนหน้านี้ แต่ว่าเรื่องเร่งด่วนในตอนนี้ไม่ใช่การจัดการซ่งอวิ๋นชู แต่เป็นการจัดการเทพธิดาหงส์เจียงหรูหมิ่น
เดิมทีเขาตั้งใจจะให้เทพธิดาหงส์เข้าวังมาเป็นตุ๊กตามงคล ตอนนี้ต้องเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว เขาเชื่อได้ยากมากว่ากษัตริย์แห่งแคว้นแคว้นหนึ่งจะเสียสติเพื่อสตรีเพียงนางเดียว แต่อย่างไรเสียก็เป็นเนื้อหาที่ซ่งอวิ๋นชูทำนายไว้ ก็ต้องเชื่ออยู่บ้าง สตรีที่สามารถส่งผลต่ออนาคตของเขาได้ผู้นี้ ... จะเก็บไว้ไม่ได้
"อวิ๋นชู วันนี้เราไม่ฝึกยิงธนูกันเลย เจ้าตามข้าไปเดินเที่ยวนอกวังหน่อยเถิด"
จวินหลีลั่วพูดพลางตบไหล่ซ่งอวิ๋นชูเบา ๆ
ซ่งอวิ๋นชูหันมามองเขา "ตอนนี้หรือ?"
【หมาจักรพรรดิคงร้อนรนจนอดใจรอจะไปเจอเทพธิดาหงส์แล้วสินะ? ฟังจากคำบอกเล่าของเฉิ่นเยวี่ย คงจะพอมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเจียงหรูหมิ่นบ้างแล้ว】
【ฉันควรจะหาทางไม่ให้เขาไปเจอมั้ยนะ? แต่ในใจมันก็มีความคิดอยากจะพบเทพธิดาหงส์แล้ว ต่อให้วันนี้ไม่พบ สักวันถัดไปก็คงได้พบ ฉันคงไม่มีทางขัดขวางไม่ให้พวกเขารู้จักกันได้แล้ว สู้หาทางให้มันเกลียดเทพธิดาหงส์ยังจะดีกว่า】
"ใช่ ออกจากวังเดี๋ยวนี้" จวินหลีลั่วยกยิ้มมุมปาก หันหลังไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ซ่งอวิ๋นชู ครานี้ข้าจะตามใจเจ้า และตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดที่มีต่อเจียงหรูหมิ่นเสีย