จ้าวหลงกับฉินหมิงนำทหารที่เหลือรอด ค่อย ๆ กลับถึงเมืองชิงโจวท่ามกลางรัตติกาล
ประตูเมืองปิดลงนานแล้ว เมื่อทหารรักษาเมืองเห็นคนกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิงมุ่งเข้ามา ก็เอ่ยถามอย่างระแวดระวัง ครั้นเห็นธงและเครื่องแต่งกายของฉินหมิงชัดเจน จึงรีบเปิดประตูเมืองให้พวกเขาเข้าไป
หลังเข้าเมือง ฉินหมิงจัดให้ทหารบาดเจ็บไปทำแผลที่โรงหมอ แล้วให้ทหารที่เหลือกลับค่ายพักผ่อน จากนั้นจึงไปยังที่ว่าการพร้อมกับจ้าวหลง เพื่อนำศีรษะสองหัวนั้นไปรายงาน
ผู้ว่าการมู่หรงเหยี่ยนต๋าหลับไปแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกให้ตื่นและแจ้งว่าฉินหมิงกลับมา ทั้งยังนำศีรษะหัวหน้าโจรแห่งเขาชิงเฟิงสองคนกลับมาด้วย เขาก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง รีบสวมเสื้อผ้าลุกจากเตียง มายังโถงด้านใน
เมื่อเห็นศีรษะเปื้อนเลือดสองหัววางอยู่บนโต๊ะ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นยินดี ก่อนจะกลายเป็นความพึงพอใจที่แทบปิดไม่มิด
“ดี! ดี! ดียิ่ง!”
มู่หรงเหยี่ยนต๋าเอ่ยคำว่า “ดี” ติดต่อกันสามครั้ง พลางปรบมือหัวเราะ
“ผู้บัญชาการฉินช่างกล้าหาญสมคำร่ำลือ! ออกรบเพียงคราก็สังหารหัวหน้าโจรได้ถึงสองคน นับเป็นความชอบใหญ่หลวง!”
ฉินหมิงรีบโบกมือ พลางกล่าวตามจริงว่า
“ใต้เท้ากล่าวชมเกินไปแล้ว ขอเรียนตามตรงว่า ศีรษะทั้งสองนี้มิใช่ผู้น้อยเป็นผู้ตัดมา หากเป็นฝีมือของตูโถวจ้าวแห่งอำเภอหยางกู่แต่เพียงผู้เดียว
ผู้น้อยไร้ความสามารถ ถูกโจรซุ่มโจมตีจนเกือบย่อยยับทั้งกองทัพ โชคดีที่ตูโถวจ้าวมาถึงทันเวลา มิใช่เพียงช่วยชีวิตผู้น้อยไว้ ยังสังหารหวังอิงกับเจิ้งเทียนโซ่ว หัวหน้าโจรทั้งสอง และรวบรวมทหารที่แตกกระเจิงกลับมาได้
ความชอบในการศึกครั้งนี้ ล้วนเป็นของตูโถวจ้าวแต่เพียงผู้เดียวขอรับ”
มู่หรงเหยี่ยนต๋าฟังแล้วหันไปมองจ้าวหลง แววตาฉายความรู้สึกซับซ้อนวูบหนึ่ง
เดิมทีเขาคิดว่าจ้าวหลงมาคนเดียว คงเพียงมาให้พอเป็นพิธีและฉวยเอาความดีความชอบไปบ้าง ในใจจึงมีความดูแคลนอยู่หลายส่วน
คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มผู้นี้จะมีฝีมือถึงเพียงนี้จริง ๆ ไม่เพียงช่วยฉินหมิงไว้ ยังสังหารหัวหน้าโจรสองคน พลิกสถานการณ์พ่ายแพ้ให้กลายเป็นชัยชนะได้อย่างเหลือเชื่อ
“ตูโถวจ้าวสมคำร่ำลือจริง ๆ”
