ทั้งสี่คนกลับถึงโรงแรมแล้วพักกันอยู่ครู่หนึ่ง
เวลา 17:40 น. หลินลั่วมาถึงร้านอาหารบนชั้นสองก่อน เขาเลือกนั่งตรงที่นั่งริมหน้าต่าง รอให้คนอื่นตามมา
พวกเขานัดรวมตัวกันตอน 18:00 น. เพื่อคุยเรื่องการแข่งล่าสัตว์
เหอหมิงมาถึงเป็นคนที่สอง
เขาถือแก้วเคลือบเดินเอื่อย ๆ เข้ามา ข้างในมีชาสีเข้มจนเกือบดำ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามโต๊ะ ก้นแก้วกระทบโต๊ะดังทึบ
“มาเร็วเหมือนกันนะ”
“อยู่ในห้องก็ไม่มีอะไรทำ เลยมาก่อน”
ขงฉางเย่เดินตามขึ้นมาโดยแทบไม่มีเสียงฝีเท้า
เจียงเยว่หลิงมาถึงทีหลัง มือกำซาลาเปาเนื้อที่กินเหลือไว้ครึ่งลูก ผมหางม้าสะบัดไหวตามจังหวะวิ่ง
“หิวจะตายอยู่แล้ว! ช่วงบ่ายฉันแวะไปร้านขายอุปกรณ์ ซื้อของป้องกันตัวมานิดหน่อย หมดไปตั้งสี่ร้อยกว่า...”
เธอทิ้งตัวนั่ง ยัดซาลาเปาเข้าปากจนแก้มตุ่ย แล้วหันมาถามหลินลั่วทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่ “กินอะไรมาหรือยัง? ตรงนั้นยังมีนะ เดี๋ยวฉันไปหยิบให้”
“ไม่ต้อง ขอบใจ ฉันเพิ่งกินมา”
“งั้นก็ได้”
หวังเหลยมาถึงตรงเวลาหกโมงเป๊ะ
เขาหนีบแผนที่ม้วนหนึ่งไว้ในมือ เดินมาถึงโต๊ะแล้วนั่งลง ก่อนจะคลี่มันออก
มุมแผนที่รุ่ยจนเป็นขุย รอยพับหลายจุดซีดขาว เห็นได้ชัดว่าถูกเปิดดูซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาหลายครั้ง
“เอาละ มากันครบแล้ว คุยเรื่องสำคัญกัน”
หวังเหลยไม่พูดพร่ำ เขาชี้นิ้วลงบนตำแหน่งที่วงกลมสีแดงไว้บนแผนที่ “อีกสามวัน สถานที่แข่งล่าสัตว์อยู่ตรงนี้”
