“แล้วกัปตันเหลยล่ะ?” หลินลั่วถาม
หวังเหลยยังไม่ทันเอ่ยปาก เจียงเยว่หลิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ชิงตอบก่อน
“กัปตันเหลยเก่งมากเลยนะ ค่า PM ของเขาตั้ง 60 แต้ม เป็นสายต่อสู้ระยะประชิดที่ทำได้ทุกอย่าง ความสามารถพิเศษก็มีจมูกวิญญาณ พลังโลหิตคลั่ง แล้วก็อีกหลายอย่าง เดี๋ยวต่อไปนายก็จะค่อย ๆ ได้รู้เอง”
“จำไว้แค่อย่างเดียวก็พอ พลังต่อสู้ของกัปตันเหลยแข็งแกร่งมาก ต่อให้เจอคู่ต่อสู้ที่มีค่า PM เกิน 60 ก็ยังชนะได้”
หลินลั่วแสดงสีหน้าตกตะลึง ฝีมือของกัปตันเหลยเหนือกว่าพวกเขาหลายคนอยู่มากจริง ๆ
ขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกโชคดีที่ได้เข้าร่วมหน่วยรบเพลิงสวรรค์
มีหัวหน้าทีมแบบนี้ ต่อไปไม่ว่าจะทำอะไรก็คงสะดวกขึ้นมาก
“เอาละ รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว” หวังเหลยลุกขึ้น “อย่าเสียเวลา ไปสำนักงานเทียนสิงกัน สมัครแข่ง”
“ใช่ ๆ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เปิดรับสมัครแล้ว”
เจียงเยว่หลิงรีบยัดซาลาเปาลูกเล็กเข้าปากสองลูก แก้มตุ่ยซ้ายขวาราวกับปลาทอง
ทั้งกลุ่มออกจากโรงแรม
สำนักงานเทียนสิงตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและบริหารราชการที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารทางการเกี่ยวกับยีน สัตว์กลายพันธุ์ หรืองานนอกเมือง ล้วนต้องมาดำเนินการที่นี่
ที่นี่ยังเป็นศูนย์อำนาจร่วมกันของกองทัพกับกลุ่มทุน ทั้งสองฝ่ายร่วมกันปกครองเมืองเจียงหลิน
ทั้งห้าคนเดินไป ใช้เวลาเกินครึ่งชั่วโมง
ถนนสองข้างทางเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเข้าใกล้สำนักงานเทียนสิง คนที่สวมชุดรบก็ยิ่งมากขึ้น ทุกคนถืออาวุธและอุปกรณ์หลากรูปแบบ บางคนถึงกับเป็นมนุษย์ดัดแปลงหรือมนุษย์กลายพันธุ์ โครงสร้างร่างกายแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
หลินลั่วไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อน
ไม่นานนัก อาคารหกชั้นสีเทาขาวก็ปรากฏตรงหน้า ภายนอกแทบไม่มีเครื่องตกแต่ง เหนือประตูฝังป้ายโลหะไว้ บนป้ายสลักรูปดาบกับโล่ไขว้กัน
หน้าสำนักงานเทียนสิงมีแถวต่อคิวสองแถว แต่ละแถวมีคนสิบกว่าคน ทั้งหมดมาสมัครเข้าร่วมการแข่งขันล่าสัตว์
หวังเหลยกวาดตามอง ก่อนพาพวกเขาไปต่อท้ายแถวด้านซ้าย
เจียงเยว่หลิงยืนข้างหลินลั่ว ใช้ศอกสะกิดเขา “ตื่นเต้นไหม?”
“ก็ปกติ” หลินลั่วตอบเสียงเรียบ
