เมื่อเทียบกับเณรน้อยฉืออันแล้ว พลังของหวูซินสามารถเก็บซ่อนจนมิดชิดได้แล้ว
จิ่นเฉาเฉาถึงกับมองไม่ออกว่าเขามีฝีมือระดับไหน
ฉืออันยกชาที่ชงเสร็จแล้วมาให้ทุกคน
หวูซินมองฟู่ถิงยวน “คุณฟู่กล้าแต่งงานกับศิษย์น้อง นับว่ากล้าหาญไม่เบาเลยนะครับ”
จิ่นเฉาเฉายกมือขึ้นหมายจะชกเขา “หมายความว่ายังไง ฉันแต่งงานไม่ได้ตรงไหน ฉันไม่ดีตรงไหนหรือไง”
เห็นเธอเดือดดาลขนาดนั้น หวูซินก็ยิ่งยิ้มอย่างได้ใจ “เห็นไหม เธอไม่เคยกลัวอะไรเลย ตั้งแต่เด็กก็กล้าเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว ทำบุญทำกุศลไปทั่ว ไม่ว่าจะเสือ สิงโต คนชั่ว หรือผีร้าย ต่างก็กลัวเธอทั้งนั้น”
ฟู่ถิงยวนเพิ่งเคยได้ยินเรื่องราวของจิ่นเฉาเฉาเป็นครั้งแรก
เธอเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวตั้งแต่ยังเล็ก จึงฝึกฝนจนมีความสามารถเก่งกาจเช่นนี้หรือ
เขาหันไปมองจิ่นเฉาเฉา
แสงจากหลอดไฟสีขาวบนระเบียงขับไล่ความมืด เธอนั่งคุกเข่าบนเบาะรองนั่ง เป่าชาร้อนในมือเบา ๆ ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งบดบังใบหน้าของเธอไว้ในความพร่าเลือน
หญิงงามมีเสน่ห์ชวนหลงใหล เพียงมองครั้งเดียวก็ยากจะละสายตา
ฉืออันถือกาน้ำชาอยู่ น้ำในถ้วยล้นออกมาแล้วก็ยังไม่รู้ตัว
หวูซินหงุดหงิดจนยกมือเคาะหัวเขา “ฉืออัน ทำอะไรของเธอน่ะ”
ฉืออันได้สติ รีบวางกาน้ำชาลงแล้วอธิบายด้วยใบหน้าแดงก่ำ “พี่เฉาเฉาสวยเกินไปครับ ผมแค่ชื่นชมคนสวยเท่านั้นเอง”
จิ่นเฉาเฉาจิบชาแล้วหยอกเขาด้วยรอยยิ้ม “ฉืออันของเรารู้จักมองสาวสวยกับเขาแล้วนี่ ดีมาก นับว่าเธอตาถึง”
เธอเหลือบมองฟู่ถิงยวน พลางคิดในใจว่า เด็กตัวเล็ก ๆ ยังตาถึงกว่าฟู่ถิงยวนเสียอีก
