โก่วเสวียจียืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าเคารพนบนอบไม่ต่างกัน “อาจารย์น้อย ใกล้ได้ฤกษ์มงคลแล้ว พวกเราควรเริ่มกันได้หรือยังครับ”
จิ่นเฉาเฉาหยิบสร้อยข้อมือลูกประคำสิบแปดเม็ด กระถางธูป ภาพเหมือนหนึ่งภาพ และยันต์คุ้มภัยอีกหลายแผ่นออกจากกระเป๋า
เธอสั่งให้ฉินเจิ้งหนานนำภาพเหมือนไปแขวนไว้ในโถงใหญ่ แล้วจัดวางกระถางธูปบนแท่นบูชา
จากนั้นจิ่นเฉาเฉาจึงหันไปหาฉินเจิ้งหนาน ยื่นสร้อยข้อมือลูกประคำให้เขา “ลูกประคำเส้นนี้เป็นของที่พระอาจารย์ผู้ทรงสมณศักดิ์จากวัดเซียงกั๋วใช้ตอนยังมีชีวิตอยู่ มีอายุหลายร้อยปีแล้ว เป็นของวิเศษที่หาได้ยากยิ่ง ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยและนำโชคดีมาให้ วันนี้ฉันมอบให้คุณ ถือเป็นของแทนใจระหว่างเรา”
ฉินเจิ้งหนานรับสร้อยข้อมือมา ลูกประคำดูเรียบง่ายแต่สง่างาม พอถือไว้ในมือก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักแน่น เนื้อสัมผัสอุ่นนุ่ม แวววาวสดใส เพียงมองก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา
“ขอบคุณครับอาจารย์!”
ฉินเจิ้งหนานค้อมคำนับด้วยความเคารพ เขารู้ดีว่าของแทนใจที่จิ่นเฉาเฉามอบให้มีค่าเพียงใด
ของวิเศษหาได้ยากในโลก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยและนำโชคดีมาให้ด้วย
หากนำของชิ้นนี้ออกประมูล บรรดาเศรษฐีคงยอมทุ่มทุกสิ่งเพื่อให้ได้มันมา
จิ่นเฉาพยักหน้าอย่างพอใจ “ต่อจากนี้ คุณกับฉันจะกราบไหว้บรรพาจารย์ด้วยกัน หลังจากนั้นคุณต้องนำภาพบรรพาจารย์ไปประดิษฐานไว้ในศาลบรรพชน ทุกเทศกาลต้องเซ่นไหว้ตามธรรมเนียม วันขึ้นหนึ่งค่ำกับวันขึ้นสิบห้าค่ำต้องจุดธูป จะไม่ทำเองก็ได้ แต่ต้องมีคนทำ ห้ามละเลยเด็ดขาด”
