เฉียวเสวี่ยฉินซึ่งยืนอยู่ด้านหลังมาตลอด ยังไม่มีโอกาสทักทายใคร พอได้ยินคำพูดของโก่วเสวียจี สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เธอเองก็ได้ยินมาว่าช่วงนี้ตระกูลฉินประสบปัญหาไม่ราบรื่น เกรงว่าจะเสี่ยงล้มละลาย
พอได้ยินปรมาจารย์พูดเช่นนี้ ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงถึงแปดเก้าส่วน
สัญญาหมั้นระหว่างตระกูลฉินกับตระกูลหลิว เดิมทีเป็นสัญญาระหว่างฉินเจิ้งหนานกับหลิวจือซู บุตรสาวคนโตของตระกูลหลิว
เธอคิดจะให้หลิวอี๋หว่าน ลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองแต่งเข้าตระกูลฉินแทนหลิวจือซู กลายเป็นคุณนายฉินผู้สูงส่ง
ดูท่าตอนนี้คงต้องคิดใหม่แล้ว
ฉินเจิ้งหนานก้าวเข้ามา ก่อนผงกศีรษะให้จิ่นเฉาเฉาอย่างสุภาพบุรุษ “ปรมาจารย์ คงต้องรบกวนคุณแล้ว”
เขาเลือกเชื่อคำพูดของโก่วเสวียจี
ทุกวันนี้ตระกูลฉินตกต่ำลงทุกวัน เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากลองรักษาม้าที่กำลังจะตายดู
จิ่นเฉาเฉาพยักหน้าให้เขา “พาฉันเข้าไปดูหน่อยค่ะ!”
ฉินเจิ้งหนานยืนเอียงตัวอย่างนอบน้อม พร้อมผายมือเชื้อเชิญ
เฉียวเสวี่ยฉินมองจิ่นเฉาเฉาก้าวเข้าไปในบ้าน สีหน้าก็ยิ่งแย่ลง
ตระกูลฉินตกต่ำจนหันไปงมงายเสียแล้ว โชคดีที่เธอมาช้าไปสองชั่วโมง ไม่อย่างนั้นคงยังถูกปิดหูปิดตาอยู่
“คุณฉิน ต้องขอโทษด้วยที่ฉันมาช้า วันนี้เดิมทีตั้งใจจะมาคุยเรื่องงานแต่งของลูกสาว แต่เห็นว่าคุณยังยุ่งอยู่ ไว้คราวหน้าฉันค่อยมาใหม่”
ฉินเจิ้งหนานหันกลับมา ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ได้”
จากนั้นก็พาจิ่นเฉาเฉาเดินเข้าไปในลานบ้านอย่างรวดเร็ว
เฉียวเสวี่ยฉินมองท่าทางของฉินเจิ้งหนาน แล้วแอบบ่นในใจว่า “ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”
จากนั้นเธอก็หันไปหาหลิวจือซู “ฉันคิดดูแล้ว เรื่องแต่งงานนี้เดิมทีก็เป็นข้อตกลงระหว่างเธอกับตระกูลฉิน อี๋หว่านของเราไม่ควรไปแทนที่เธอ”
