ฉินเจิ้งหนานคิดว่า หากตระกูลฟื้นคืนกลับมาได้ จะมีอะไรที่เขายอมรับไม่ได้อีก?
เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ได้!”
จิ่นเฉาเฉาพูดต่อ “ข้อ 2 ตระกูลฉินต้องตั้งกฎประจำตระกูล และให้คนรุ่นหลังปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”
ฉินเจิ้งหนานพยักหน้าอีกครั้ง
“ข้อสาม และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ชื่อของคุณจะทำให้เส้นทางชีวิตขรุขระ เต็มไปด้วยอุปสรรค ฉันแนะนำว่าคนที่คุณแต่งงานด้วยควรมีดวงชะตาตามวันเดือนปีเกิดที่เข้ากันได้”
ฉินเจิ้งหนานนึกถึงสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลหลิวขึ้นมาพอดี
อย่างไรเขาก็ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักอยู่แล้ว จะแต่งกับใครก็เหมือนกัน
เขามองจิ่นเฉาเฉา “ผมยินดี!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิ่นเฉาเฉาก็ลุกขึ้นจากโซฟา “คืนนี้ฉันจะช่วยกำจัดสิ่งชั่วร้ายให้คุณ พอหาที่อยู่แห่งใหม่ได้แล้ว เราจะประกอบพิธีผูกสัมพันธ์ ให้คนสำคัญที่สุดสามรุ่นของตระกูลฉินมาร่วมงาน ทั้งคุณปู่และคุณพ่อของคุณ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องมาร่วมพิธี แต่ถ้าเสียชีวิตแล้ว ก็ให้ป้ายวิญญาณมาร่วมแทน”
ฉินเจิ้งหนานมองจิ่นเฉาเฉาด้วยแววตาคลางแคลง “อาจารย์ พิธีผูกสัมพันธ์มีประโยชน์อะไรครับ?”
เขาไม่เคยได้ยินว่ามีพิธีแบบนี้มาก่อน
จิ่นเฉาเฉาตอบอย่างเป็นธรรมชาติ “พิธีผูกสัมพันธ์จะใช้บุญวาสนาของฉันคุ้มครองดวงชะตาของตระกูลคุณ ให้มีลูกหลานเต็มบ้าน กิจการเจริญรุ่งเรือง หลังจากตระกูลของคุณมั่งคั่งแล้ว ก็ต้องหมั่นทำความดี คุ้มครองผู้คน สั่งสมบุญกุศล ถึงจะรักษาความรุ่งเรืองของตระกูลไว้ได้ยาวนาน”
เมื่อฉินเจิ้งหนานสั่งสมบุญกุศล เธอก็จะได้รับผลบุญเป็นสองเท่าเช่นกัน
แน่นอนว่า หากตระกูลฉินไม่รักษาสัญญา เธอก็จะถูกลงโทษด้วย
