จิ้งจอกเฒ่ายิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว นายนี่ก็ยังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง
*
เช้าวันถัดมา หลังรับประทานอาหารเช้า ก่อนฟู่ถิงยวนจะออกจากบ้าน จิ่นเฉาเฉาก็นำแบบตกแต่งร้านไปให้เขา
ฟู่ถิงยวนรับแบบมาโดยแทบไม่ได้มอง
ในสายตาเขา จิ่นเฉาเฉาเป็นผู้สืบทอดสำนักเสวียน ทั้งยังเก่งกาจด้านศาสตร์ลี้ลับ ส่วนเรื่องตกแต่งร้าน เธอคงไม่มีความรู้มากนัก
เดี๋ยวเขาจะหานักออกแบบมาช่วยปรับแบบให้ละเอียดอีกที จะได้ตกแต่งออกมาแล้วถูกใจเธอ
เมื่อมองฟู่ถิงยวนออกจากบ้านไป จิ่นเฉาเฉาก็เตรียมจัดการสมบัติที่จิ้งจอกเฒ่ามอบให้
“คุณหนูจิ่น มีคนมาขอพบค่ะ!” พี่เลี้ยงเดินเข้ามารายงานด้วยความเคารพ
จิ่นเฉาเฉาถามว่า “ใครเหรอ?”
พี่เลี้ยงตอบว่า “คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเสิ่น เสิ่นอวี้หลันค่ะ!”
จิ่นเฉาเฉาพยักหน้า “เชิญเธอเข้ามาเลยค่ะ!”
จิ่นเฉาเฉาเพิ่งนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก ก็เห็นสีแดงสดสะดุดตาปรากฏขึ้นตรงประตูใหญ่ของตระกูลฟู่
เสิ่นอวี้หลันสวมรองเท้าส้นสูงสีแดง ชุดเดรสเข้ารูปเปิดไหล่สีเดียวกัน ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นและติดกิ๊บไว้
เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ อย่างประณีต ทำเล็บยาวเรียว ใบหน้าสวยล้ำประดับรอยยิ้มสง่างามหรูหรา
“คุณหนูจิ่น ฉันไม่ได้มารบกวนคุณใช่ไหมคะ?”
จิ่นเฉาเฉาเชิญเธอนั่ง “จะรบกวนได้ยังไงคะ ฉันดีใจที่คุณมา”
เสิ่นอวี้หลันดูสดใสเปี่ยมพลัง ไม่เหลือเค้าความอับจนจากความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานเมื่อไม่นานนี้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น จิ่นเฉาเฉายังสังเกตเห็นบุญวาสนาหลากสีสันกำลังก่อเกิดอยู่เหนือศีรษะของเธอ ทำเอาเธอประหลาดใจไม่น้อย
