ฟู่ถิงยวนตกใจจนตัวผุดลุกขึ้นจากที่นั่ง จ้องจิ่นเฉาเฉาด้วยสายตาราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ชวนให้รู้สึกราวกับกำลังฝันไป.....
จิ่นเฉาเฉาใช้พลังย้อนกาลเวลา ซึ่งเป็นวิชาอาคมที่สิ้นเปลืองพลังมากที่สุดของสำนักเสวียน
เธอพิงเบาะ หลับตาพักผ่อนเพื่อให้ฟื้นกำลังได้เร็วขึ้น
ฟู่ถิงยวนเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นภาพนั้นพอดี
แสงจันทร์พร่าเลือนทาบลงบนใบหน้าละเอียดอ่อนราวกับเครื่องลายครามสีขาวของหญิงสาว
ดวงตาทั้งสองหลับสนิท ขนตายาวงอนหนาเป็นแพราวกับปัดด้วยแปรง งดงามจนชวนให้ใจสั่น
ทั้งที่เมื่อครู่เธอยังดูมีชีวิตชีวาเต็มเปี่ยม ทว่าชั่วพริบตากลับเหมือนถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมด ดูอ่อนระโหยโรยแรง
“คุณเป็นอะไรไป?” ฟู่ถิงยวนรู้สึกหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
“เหนื่อยแล้ว ขอพักสักหน่อย!”
ครู่ต่อมา จิ่นเฉาเฉาลืมตาขึ้น ใช้นิ้วคำนวณดวงชะตา
ฟู่ถิงยวนปลอดภัยแล้ว
คนที่ใช้ปืนซุ่มยิงระยะไกลเมื่อครู่คงคิดว่าต้องยิงถูกเป้าแน่ จึงหนีไปตั้งนานแล้ว
ไม่จำเป็นต้องตามล่าศัตรูคนนี้อีก
ยางรถระเบิด ต่อจากนี้ทำได้เพียงโทรศัพท์ให้คนขับรถคนอื่นที่บ้านขับรถมารับ
ฟู่ถิงยวนพิงเบาะ มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนด้านนอกผ่านกระจกรถ
แม้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จะเหมือนความฝัน แต่ความรู้สึกที่ถูกดึงกลับมาจากขอบเหวแห่งความตายนั้นชัดเจนเหลือเกิน
ชัดเสียจนเขาคิดว่าตัวเองคงเสียสติไปแล้ว
จิ่นเฉาเฉาถึงกับย้อนเวลาได้ แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ หกวินาที ก็เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
หลังพักไปสิบนาที จิ่นเฉาเฉาก็ฟื้นกำลังขึ้นมาบ้าง ก่อนผลักประตูรถลงไป
