จิ่นเฉาเฉาส่ายหน้า “ไม่ถึงตายหรอก แต่พอเธอเจอเรื่องแบบนี้เข้า ก็คงหมดกำลังใจไปอีกนาน ทั้งร่างกายและจิตใจบอบช้ำ คงยากจะฟื้นตัวไปตลอดชีวิต”
ฟู่เซี่ยวอันขมวดคิ้วแน่นขึ้น ราวกับนึกอะไรบางอย่างได้
เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าโมเมนต์ แล้วหาโพสต์ล่าสุดที่จางจื่อเยียนลงไว้
เนื้อหาเขียนว่า: คบกันทางเน็ตแล้ว คืนนี้ฉันจะไปเจอตัวจริง
ฟู่เซี่ยวอันทนไม่ไหว ด่าออกมาคำหนึ่ง “ยัยโง่เง่านี่!”
เป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลจาง จะทำอะไรดี ๆ สักอย่างไม่ได้หรือไง ดันไปคบหาทางอินเทอร์เน็ตตามคนอื่นเขา
สมองกลวงยิ่งกว่าพื้นที่แอ่งกระทะทั้งสี่เสียอีก
จิ่นเฉาเฉาถอนหายใจอย่างจนใจ “ในเมื่อเธอกับหล่อนไม่ถูกกันพอดี ฉันเองก็ไม่ได้คิดจะช่วยหล่อนอยู่แล้ว ดูท่าจางจื่อเยียนคนนี้คงต้องซวยแน่ โดนหลอกทั้งเงินทั้งตัวแน่นอน”
พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับ แล้วบังเอิญชนเข้ากับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง
หญิงคนนั้นถือกำไลหยกอยู่พอดี พอโดนชน กำไลหยกก็ร่วงลงพื้น แตกเป็นหลายเสี่ยงทันที
จิ่นเฉาเฉารู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมาในใจทันควัน
จากนั้นก็มีเสียงร้อนรนของพนักงานร้านเสื้อผ้าดังมาจากด้านหลัง “คุณหนูจิ่นคะ เสื้อผ้าที่คุณซื้อไว้จัดใส่ถุงให้หมดแล้วค่ะ แต่พอเพิ่งยกออกจากร้านก็เกิดไฟไหม้ไหม้หมดเลยค่ะ”
จิ่นเฉายกมือกุมขมับ มองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าที่ยังยืนงงอยู่ข้างกำไลแตก “คุณป้าคะ กำไลหยกวงนี้ราคาเท่าไรคะ ฉันจะชดใช้ให้ค่ะ!”
“เอ่อ... หนึ่งล้านแปดแสนแปดหมื่น ฉันเพิ่งได้มาเมื่อกี้เอง นี่ใบเสร็จจ้ะ” หญิงคนนั้นกลัวจิ่นเฉาเฉาจะเปลี่ยนใจ จึงรีบควักใบเสร็จออกจากกระเป๋า
