ตอนรับนามบัตร จิ่นเฉาเฉาสังเกตเห็นลายมือของจางอี้ฮวา ลายมือที่มีตราประทับบ่งบอกถึงวาสนาอันยิ่งใหญ่
ผู้มีตราประทับติดตัว ย่อมได้เป็นถึงไท่ฟู่
ลายมือบนฝ่ามือคล้ายตราประทับ ชี้ว่าหนทางข้างหน้าจะมีชื่อเสียงและความสำเร็จ
อย่ากล่าวว่าความมั่งคั่งสูงศักดิ์ไม่ใช่สิ่งที่ข้าปรารถนา ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ย่อมส่งให้ก้าวขึ้นเป็นขุนนางชั้นสูง
บทนี้หมายความว่า ผู้ที่มีลายมือเช่นนี้ไม่เพียงจะประสบความสำเร็จ แต่ยังมีอนาคตไกล เป็นคนเที่ยงตรง ไม่ใฝ่หาความมั่งคั่งสูงศักดิ์ อาศัยเพียงชื่อเสียงอันสูงส่งก็สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางชั้นสูงได้
ฟู่ถิงยวนเห็นจิ่นเฉาเฉาเอาแต่จ้องจางอี้ฮวา คิ้วก็ขมวดมุ่น “เรากำลังคุยธุระกัน ถ้าคุณไม่มีอะไรทำ ก็ขึ้นไปข้างบนเถอะ”
จิ่นเฉาเฉาลุกขึ้นยืน ยิ้มให้ฟู่ถิงยวน “พวกคุณคุยกันเสร็จแล้วก็อย่าลืมเรียกฉันนะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณเหมือนกัน!”
เสียงรองเท้าส้นสูงค่อย ๆ ห่างออกไป
จางอี้ฮวาเก็บนามบัตรใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างเงียบเชียบ
ฟู่ถิงยวนเห็นเช่นนั้น แววตาก็หม่นลง “เรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองซี ผมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เรื่องปากท้องของประชาชนไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว หากมีอะไรที่ผมพอช่วยได้ ก็ถือเป็นเกียรติของผม”
เสียงของจางอี้ฮวาทุ้มกังวาน เปี่ยมพลัง ทุกครั้งที่เอ่ยปากก็แฝงอำนาจน่าเกรงขามของผู้มีตำแหน่งสูง “คุณฟู่เพียบพร้อมทั้งคุณธรรมและความสามารถ การที่มีผู้นำตระกูลใหญ่เช่นคุณ ถือเป็นวาสนาของผู้คนทั่วหล้า”
“พอเถอะ ไม่ต้องยกยอผมหรอก พวกเรายืนอยู่ในที่สูง ย่อมไม่ได้มุ่งหวังแค่ให้ตัวเองมีชีวิตที่ดี ประเทศสงบสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ต่างเกื้อกูลและห่วงใยกัน” ฟู่ถิงยวนเป็นผู้กุมอำนาจของตระกูลฟู่ และขยายกิจการให้ใหญ่โตถึงเพียงนี้
