จิ่นเฉาเฉายืนอยู่ด้านหลังฟู่ถิงยวน มองแผ่นหลังกว้างของเขาพลางยกยิ้มบาง ๆ
“คุณฟู่ คนพวกนี้ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว พวกเขาน่าเกลียดยิ่งกว่าผีเสียอีก คุณลงมือได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าจะก่อกรรมชั่ว”
ฟู่ถิงยวนปลดกระดุมเสื้อสูทออก ตอนนั้นเอง ชายฉกรรจ์ที่ถือคบเพลิงก็กรูกันเข้ามาแล้ว
เขาถอดเสื้อสูทออกแล้วเหวี่ยงไปคลุมศีรษะชายฉกรรจ์สองคน
เขาชกหมัดหนึ่งออกไป ชายฉกรรจ์ทั้งสองรู้สึกเหมือนจู่ ๆ ก็มองไม่เห็น ลูกตาเจ็บปวดราวกับกำลังจะระเบิด
เขาออกหมัดรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด หมัดทั้งสองข้างเหวี่ยงออกไปต่อเนื่องกัน
ชั่วขณะนั้น เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วลานบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
ไม่นานนัก ชายฉกรรจ์ทั้งกลุ่มก็ล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น
ฟู่ถิงยวนก้าวเข้าไปดุจมารร้าย ก่อนยกเท้าเหยียบใบหน้าชายที่ล้มอยู่
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องแหลมบาดฟ้า กลิ่นคาวเลือดลอยออกไปไกล
จิ่นเฉาเฉายืนอยู่กลางลาน มองข้ามกลุ่มคนบาดเจ็บราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนบางพวกยากจนและเขลา เห็นแก่ตัว โลภมาก รังแกคนอ่อนแอ แถมยังก่อเหตุเป็นกลุ่ม
ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้ลิ้มรสการถูกรังแกบ้างแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านไม่คิดเลยว่าฝีมือของฟู่ถิงยวนจะดีขนาดนี้ คนเดียวก็สู้กับคนทั้งกลุ่มได้ แถมยังซัดชายฉกรรจ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านจนหมดสภาพ ไม่อาจตอบโต้ได้แม้แต่น้อย
เขารู้สึกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงหันหลังคิดจะวิ่งหนี
แต่ทันทีที่หันกลับมา กระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็พาดขวางอยู่ตรงลำคอ
เขาตกใจจนเซถลา คอเกือบพุ่งไปโดนคมกระบี่
จิ่นเฉาเฉาเค้นถาม “ศาลที่พวกคุณใช้บูชายัญอยู่ที่ไหน บอกมาให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”