จิ่นเฉาเฉาเห็นเขาตอบตกลงก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ฟังคุณพูดเข้าสิ ถ้าตอนนั้นฉันไม่เก็บคุณกลับไป แล้วคุณจะมีวันนี้ได้ยังไง”
ในบันทึกตระกูลก็เขียนไว้เช่นกัน
เมื่อคนจากสำนักเสวียนพบปัญหาและไม่อาจคำนวณอนาคตได้ ก็จงทำตามเสียงหัวใจ
เธอเองก็ไม่ได้มีความสามารถฝืนชะตาสวรรค์ แค่อยากให้ทุกคนที่ได้พบเธอมีโชคดี
เพราะในหมู่ผู้คนมากมาย การได้พบกันก็นับเป็นลางดีอย่างยิ่งแล้ว
เธอคิดว่าควรช่วยซือหมิงเย่สักหน่อย
หวูซินยกมือดีดหน้าผากจิ่นเฉาเฉาอย่างแรง “ใครใช้ให้เธอเป็นเจ้าหญิงน้อยแห่งสำนักเสวียนล่ะ ฉันจะกล้าไม่ฟังเธอได้ยังไง พอดีฉันเรียนวิชานี้ไว้ตอนว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ งั้นก็จะยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้แล้วกัน”
จิ่นเฉาเฉายกมือกุมหน้าผาก อดทนกับความเจ็บพลางเอ่ยชม “ศิษย์พี่เป็นผู้บำเพ็ญที่ดีที่สุดในใต้หล้าเลยค่ะ”
“พอเลย ตอนต้องการให้ช่วยก็พูดแต่คำหวาน” หวูซินหมุนตัวเดินจากไป
จิ่นเฉาเฉาก้าวตามไป
ฉืออันเตรียมอาหารเจให้ทุกคน หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ
ฉืออันก็พาทุกคนมายังห้องพัก
“ทุกท่าน ห้องพักที่นี่เข้าอยู่ได้ทุกห้อง เพียงแต่สภาพค่อนข้างเรียบง่าย ขอทุกท่านอย่ารังเกียจเลยนะครับ”
ฟู่ถิงยวนตอบอย่างสุภาพ “ขอบคุณอาจารย์ฉืออันที่ให้พวกเราพักนะครับ ต้องรบกวนแล้ว”
ฉืออันก้มศีรษะ “คุณฟู่เกรงใจเกินไปแล้วครับ”
ฟู่เซี่ยวอันเลือกห้องหนึ่งตามใจชอบ
เปิดหน้าต่างออกไปก็เห็นดวงจันทร์กลมโต ที่น่าประหลาดที่สุดคือทั้งที่ข้างนอกหนาวเหน็บและปกคลุมด้วยหิมะ ภายในห้องกลับไม่หนาวเลยแม้แต่น้อย