หวังฉงหรงเป็นกองทัพถังกลุ่มแรกที่บุกเข้าฉางอันจากทางตะวันออก
พวกเขาปะทะกับกองทัพหวงเฉา “หนึ่งแสน” ที่สะพานป้า เดิมทีคิดว่านี่คือกำลังหลักของหวงเฉา และอีกฝ่ายต้องการฝ่าวงล้อมหนีออกทางหัวโจว ดังนั้นกองกำลังของหวังฉงหรง จูเวิน จูเก๋อซวง โจวจี๋ สือผู่ และทั่วป๋าซือกงจึงมารวมตัวกันที่นี่
คาดไม่ถึงว่าเมื่อเริ่มศึก ทั้งสองฝ่ายตั้งขบวนประจัญหน้ากันได้เพียงชั่วยามเศษ อีกฝ่ายก็พ่ายแตกกระเจิงไปทั้งกองทัพ
ภายหลังจึงได้รู้จากเชลยว่า คนเหล่านี้ล้วนเป็นชายฉกรรจ์ที่หวงเฉาเกณฑ์มาจากในเมืองเป็นการชั่วคราว มีกองทัพหวงเฉาตัวจริงเพียงหนึ่งหมื่นนายเท่านั้น
แต่เมิ่งข่ายก็เจ้าเล่ห์ไม่น้อย เมื่อสงครามเริ่มต้น เขาจัดวางกองทัพหวงเฉาหนึ่งหมื่นนายไว้ด้านหลัง แล้วขับไล่ชายฉกรรจ์ให้บุกไปข้างหน้า ทำให้กองทัพหวงเฉาดูราวกับเป็นกำลังหลัก
หลังปะทะกันได้หนึ่งชั่วยาม เห็นว่าทั้งกองทัพเริ่มแตกพ่าย เขาก็พาทหารยอดฝีมือจำนวนหนึ่งหลบหนีลงใต้ทันที
ชายฉกรรจ์เหล่านั้นแตกหนีจนขวางสนามรบ ทำให้กองทัพถังแยกแยะไม่ออก จึงเปิดโอกาสให้เจ้าหมอนั่นหนีรอดไปได้
เช่นเดียวกับหลี่เย่และอีกคน หลังเอาชนะเมิ่งข่ายได้ สิ่งแรกที่พวกเขาทำไม่ใช่ไล่ตามหวงเฉา แต่กลับมุ่งหน้าเข้าฉางอันก่อน
ทว่า...สายไปเสียแล้ว
เมื่อเหล่าขุนพลบุกเข้าเมืองฉางอัน ก็พบว่าวังต้าหมิงและตำหนักไท่จี๋ถูกทหารปิดล้อมไว้แล้ว พอมองธงให้ชัดก็พบว่าเป็นกองทัพเจี๋ยตู้สื่อปินหนิงกับกองทัพเจี๋ยตู้สื่อเยี่ยนเหมินแห่งไต้เป่ย
ทุกคนจึงเพิ่งรู้ว่าเจ้าคนแซ่หลี่สองคนนั้นมาถึงก่อนแล้ว
ทุกคนต่างร้อนใจขึ้นมา กลัวว่าอีกสองคนนั้นจะขนทรัพย์สินในฉางอันไปจนเกลี้ยงแล้ว
ยังดีที่หลี่เย่กับหลี่เค่อยงรู้จักธรรมเนียม แม้จะกอบโกยไปมากที่สุด แต่ก็ยังเหลือคลังหลวงกับจวนที่กองทัพหวงเฉาทิ้งไว้ให้ผู้อื่น ทั้งยังรู้จักแบ่งปันผลประโยชน์ มิฉะนั้นคงเกิดศึกภายในเมืองฉางอันตั้งแต่วันนั้น
เมืองฉางอันทั้งเมืองถูกทหารหลวงกว่าหนึ่งแสนคนปล้นสะดมจนเกลี้ยงอีกครั้ง ตั้งแต่พระราชวัง จวนของตระกูลมั่งคั่ง ไปจนถึงบ้านเรือนชาวบ้าน ยังดีที่ยามนั้นในเมืองฉางอันเหลือผู้คนไม่มากนัก จึงไม่เกิดการก่อจลาจลหรือปะทะกัน
