ยี่สิบกว่าวันหลังศึกหาดไป๋สือสิ้นสุดลง ข่านผูกู้ก็กลับถึงเกาชางในที่สุด
ยามยกทัพออกไป เขานำทหารม้าชั้นยอดไปหลายพันนาย ทว่าขากลับเหลือเพียงไม่ถึง 400 คน
ระหว่างทางมีคนหลุดขบวนไม่ขาดสาย บ้างก็ฉวยโอกาสหลบหนีไปในยามค่ำคืน สุดท้ายผู้ที่ติดตามข่านผูกู้เข้าเมืองเกาชางเหลือไม่ถึง 300 คน
ข่าวการสิ้นชีพของอาร์สลานและการพินาศของกำลังหลักเก๋อหลัวลู่กลับมาถึงก่อนพวกเขาเสียอีก
เหล่าขุนนางและพ่อค้าในเมืองเกาชางทราบกันแล้วว่า ฉิวฉือ กูโม่ และซูเล่อหันไปเข้ากับอันซีตามลำดับ ส่วนกองทัพถังทางตะวันออกก็ข้ามอี๋โจวมาแล้ว หลี่ถังปินนำกองทัพหลงโหย่วกว่าสามพันนายกับชาวบ้านเหอซีอีกหลายพันคนเข้าใกล้เมือง ขณะที่กองทัพกุยอี้ปิดเส้นทางไปยังเยียนฉีไว้
เกาชางกลายเป็นเมืองโดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
เดิมทีอุยกูร์เกาชางมิได้พึ่งพาทหารม้าเพียงอย่างเดียว หลังรัฐข่านอุยกูร์ล่มสลาย ชาวอุยกูร์ที่อพยพไปทางตะวันตกได้ร่วมกับชาวฮั่นและชาวซอกเดียถิ่นฐานเดิมก่อตั้งอำนาจปกครองขึ้น เหล่าขุนนางอาจติดตามข่านออกรบ แต่พ่อค้าและชาวบ้านใส่ใจเส้นทาง คูคลอง และเมืองมากกว่า
คืนที่ข่านผูกู้กลับเข้าเมือง เขาก็สั่งคนสนิทให้เปิดคลังหลวง ขนทองเงิน ผ้าไหม และม้าศึกทั้งหมดที่นำติดตัวไปได้ขึ้นรถ ทั้งยังเตรียมเผายุ้งฉาง ก่อนพาคนหนีออกจากประตูเหนือไปยังทุ่งหญ้า
เขารู้ดีว่าตนไม่มีทางรักษาเกาชางไว้ได้
เมื่อรักษาไว้ไม่ได้ ก็ย่อมต้องไม่ทิ้งเสบียงไว้ให้กองทัพถัง
ทว่าคำสั่งยังไม่ทันออกจากวัง ขุนนางเกาชางหลายคนที่รับหน้าที่เฝ้ายุ้งฉางก็ปฏิเสธการปฏิบัติตามเสียก่อน
“กองทัพถังยังไม่ได้เข้ามาในเมือง พวกเจ้าก็คิดจะยอมจำนนแล้วหรือ?”
ข่านผูกู้ถือดาบบุกเข้าไปในโถงใหญ่ มองคนตรงหน้าแทบไม่อยากเชื่อสายตา
ขุนนางสูงวัยคนหนึ่งไม่ยอมถอย
“ข่านนำทหารชั้นยอดที่สุดของเกาชางออกไป บอกว่าจะสกัดกองทัพถังไว้ทางตะวันออกของอวี้เถียน”
“บัดนี้อาร์สลานตายแล้ว ชาวเก๋อหลัวลู่ก็สิ้นกำลัง กองทัพถังเข้ามาจากทั้งตะวันออกและตะวันตก ในเมืองยังเหลือคนอีกสักเท่าใดให้รักษาเมือง?”
“เช่นนั้นก็จะยกเมืองให้กองทัพถังหรือ?”
“เมืองนี้มิใช่ของข่านเพียงผู้เดียว”
สิ้นคำ เสียงเกราะและอาวุธกระทบกันก็ดังมาจากนอกโถงใหญ่
